Token ใน AI คืออะไร? หน่วยวัดต้นทุนของ LLM API
Token คือหน่วยย่อยที่สุดที่โมเดล AI อย่าง GPT, Claude, Gemini, Grok, DeepSeek, Mistral และ Llama ใช้ในการอ่านและสร้างข้อความ โดย 1 token อาจเป็นคำทั้งคำ ส่วนหนึ่งของคำ หรือแม้แต่ตัวอักษรเดียว ทุกครั้งที่เรียกใช้ API จะถูกคิดค่าบริการตามจำนวน token ที่ประมวลผล
สำหรับภาษาอังกฤษ หลักการทั่วไปคือ 1 token เท่ากับประมาณ 4 ตัวอักษร หรือราว 0.75 คำ ดังนั้น 1,000 คำภาษาอังกฤษจะมีประมาณ 1,333 token แต่สำหรับภาษาไทยสถานการณ์แตกต่างอย่างมาก เนื่องจาก tokenizer ของ LLM ส่วนใหญ่ถูกฝึกจากข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ตัวอักษรไทยจึงถูกแบ่งอย่างไม่มีประสิทธิภาพ โดย OpenAI คิด 1 ตัวอักษรไทย เท่ากับ 1 token ซึ่งหมายความว่า ข้อความภาษาไทยที่มีความหมายเดียวกันกับภาษาอังกฤษจะใช้ token มากกว่า 2-4 เท่า และค่าใช้จ่าย API ก็จะสูงขึ้นตามสัดส่วนเดียวกัน
สำหรับนักพัฒนาและสตาร์ทอัพในไทยที่กำลังสร้างแอปพลิเคชัน AI การเข้าใจระบบ token เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการควบคุมงบประมาณ การเรียก API ครั้งเดียวอาจมีต้นทุนเพียงเศษสตางค์ แต่เมื่อขยายเป็นหมื่นหรือแสนคำขอต่อวัน ค่า token จะกลายเป็นต้นทุนหลักที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
วิธีคำนวณค่าใช้จ่าย Token สำหรับ AI API
การคำนวณค่าใช้จ่าย AI API ต้องอาศัยข้อมูล 3 อย่าง ได้แก่ จำนวน input token (ข้อความที่ส่งไป) จำนวน output token (คำตอบที่โมเดลสร้าง) และราคาต่อ token ของโมเดลที่เลือกใช้
ขั้นตอนการคำนวณมีดังนี้:
1. ประมาณจำนวน input token ของข้อความที่จะส่ง สำหรับภาษาไทย ให้ใช้สูตรประมาณ "จำนวนตัวอักษร x 1" สำหรับ OpenAI (เพราะ 1 ตัวอักษรไทย ประมาณ 1 token) หรือใช้เครื่องมือนับ token ด้านบน
2. ประมาณจำนวน output token คำตอบสั้นอาจมี 100-300 token ส่วนคำอธิบายละเอียดอาจมี 1,000-2,000 token
3. เปิดดูราคาของโมเดลที่ต้องการ ผู้ให้บริการ AI จะตั้งราคาเป็น "ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token" โดยแยกราคา input และ output
4. แทนค่าลงในสูตรคำนวณ (ดูหัวข้อถัดไป)
ตัวอย่าง: ส่งข้อความภาษาไทย 500 ตัวอักษร (ประมาณ 500 token) ไปยัง Claude Sonnet 4.6 (input $3/1M token) และได้คำตอบ 300 token (output $15/1M token) จะคิดเป็น (500 / 1,000,000 x $3) + (300 / 1,000,000 x $15) = $0.0015 + $0.0045 = $0.006 หรือประมาณ 0.21 บาทต่อคำขอ หากใช้งาน 1,000 ครั้งต่อวัน จะมีค่าใช้จ่ายราว 210 บาทต่อวัน หรือ 6,300 บาทต่อเดือน
ข้อสังเกตสำคัญ: output token มีราคาแพงกว่า input token ราว 3-5 เท่า เนื่องจากการสร้างข้อความต้องประมวลผลทีละ token ตามลำดับ ขณะที่ input token ทั้งหมดถูกประมวลผลพร้อมกันในรอบเดียว
ตัวอย่างการคำนวณค่า Token สำหรับธุรกิจไทย
แชทบอทบริการลูกค้าภาษาไทย: 30,000 สนทนาต่อเดือน
บริษัทอีคอมเมิร์ซไทยสร้างแชทบอทตอบคำถามลูกค้าด้วย GPT-5.4 Nano ($0.20/1M input, $1.25/1M output) แต่ละสนทนามี system prompt 300 token + ข้อความลูกค้าภาษาไทย 200 ตัวอักษร (ประมาณ 200 token) + ประวัติสนทนา 500 token รวม input 1,000 token คำตอบของบอทเฉลี่ย 400 token
ค่า input: 30,000 x 1,000 / 1,000,000 x $0.20 = $6.00 (210 บาท)
ค่า output: 30,000 x 400 / 1,000,000 x $1.25 = $15.00 (525 บาท)
รวมต่อเดือน: $21.00 (735 บาท)
หากเปลี่ยนมาใช้ Claude Sonnet 4.6 ($3/$15 ต่อ 1M token) เพื่อคุณภาพคำตอบที่ดีขึ้น ต้นทุนจะเพิ่มเป็น $270 (9,450 บาท) ต่อเดือน ซึ่งแพงกว่าเกือบ 13 เท่า การเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับงานจึงสำคัญมากสำหรับการควบคุมต้นทุน
ระบบสรุปข่าวภาษาไทย: 500 บทความต่อวัน
สำนักข่าวออนไลน์ต้องการสรุปข่าว 500 บทความต่อวัน แต่ละบทความมีเนื้อหาภาษาไทยเฉลี่ย 2,000 ตัวอักษร (ประมาณ 2,000 token สำหรับ OpenAI) สรุปออกมาเฉลี่ย 200 token ใช้ Gemini 2.5 Flash ($0.30/1M input, $2.50/1M output)
ค่า input ต่อวัน: 500 x 2,000 / 1,000,000 x $0.30 = $0.30 (10.50 บาท)
ค่า output ต่อวัน: 500 x 200 / 1,000,000 x $2.50 = $0.25 (8.75 บาท)
รวมต่อวัน: $0.55 (19.25 บาท) | รวมต่อเดือน: $16.50 (577 บาท)
หากใช้ Gemini บน Vertex AI ที่คิดตามตัวอักษร (characters) แทน token ต้นทุนอาจถูกลงอีก เพราะ Gemini นับตัวอักษรไทย 1 ตัว เป็น 1 UTF-8 code point เท่ากับภาษาอังกฤษ ไม่มีส่วนต่างราคาเพราะภาษา
AI ช่วยเขียนโค้ดสำหรับทีม 10 คนในกรุงเทพฯ
ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ 10 คนในกรุงเทพฯ ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดผ่าน Claude Sonnet 4.6 ($3/1M input, $15/1M output) นักพัฒนาแต่ละคนใช้งานเฉลี่ย 30 ครั้งต่อวัน แต่ละครั้งส่งโค้ด + คำถามเฉลี่ย 2,000 input token และรับคำแนะนำ 600 output token
คำขอต่อวัน: 10 x 30 = 300
ค่า input ต่อวัน: 300 x 2,000 / 1,000,000 x $3.00 = $1.80 (63 บาท)
ค่า output ต่อวัน: 300 x 600 / 1,000,000 x $15.00 = $2.70 (94.50 บาท)
รวมต่อวัน: $4.50 (157.50 บาท) | รวมต่อเดือน (22 วันทำงาน): $99.00 (3,465 บาท)
คิดเป็นคนละ 346.50 บาทต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าค่ากาแฟหนึ่งแก้วต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับ productivity ที่เพิ่มขึ้น ถือว่าคุ้มค่ามาก หากเปิด prompt caching สำหรับ system prompt ที่ใช้ร่วมกัน สามารถลดต้นทุนได้อีก 15-25%
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Token AI และราคา API
ภาษาไทยใช้ token มากกว่าภาษาอังกฤษกี่เท่า?
ภาษาไทยใช้ token มากกว่าภาษาอังกฤษประมาณ 2-4 เท่า สำหรับข้อความที่มีความหมายเดียวกัน สาเหตุหลักคือ BPE tokenizer ของ LLM ส่วนใหญ่ถูกฝึกจากข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทำให้คำภาษาอังกฤษถูกบีบอัดเป็น 1-2 token ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตัวอักษรไทยซึ่งใช้ UTF-8 encoding 3 byte ต่อตัวอักษร กลับถูกแบ่งเป็น 1 token ต่อ 1 ตัวอักษร (ในกรณี OpenAI) ตัวอย่างเช่น คำว่า "สวัสดี" ใช้ 6 token แต่ "Hello" ใช้เพียง 1 token ซึ่งหมายความว่าค่า API ภาษาไทยแพงกว่าภาษาอังกฤษตามสัดส่วนเดียวกัน
Token คืออะไรใน AI ต่างจากคำ (word) อย่างไร?
Token คือหน่วยย่อยที่ AI ใช้ประมวลผลข้อความ ซึ่งไม่เหมือนกับ "คำ" ในภาษาปกติ token อาจเป็นคำทั้งคำ ส่วนหนึ่งของคำ ตัวอักษรเดียว หรือเครื่องหมายวรรคตอน คำที่พบบ่อยอย่าง "the" หรือ "is" มักเป็น 1 token แต่คำยาวหรือไม่ค่อยพบจะถูกแบ่งเป็นหลาย token เช่น "unbelievable" อาจถูกแบ่งเป็น "un", "believ", "able" (3 token) สำหรับภาษาไทยที่ไม่มีช่องว่างระหว่างคำ tokenizer จะแบ่งตามตัวอักษรหรือกลุ่มตัวอักษรแทน ทำให้ 1 คำภาษาไทยอาจใช้ 3-8 token
โมเดล AI ที่ถูกที่สุดสำหรับใช้งาน API ในปี 2026 คือตัวไหน?
ในเดือนมิถุนายน 2026 โมเดลที่ถูกที่สุดเรียงตามราคา (input/output ต่อ 1M token) คือ Amazon Nova Micro ($0.035/$0.14), Cohere Command R7B ($0.0375/$0.15), Gemini 2.5 Flash-Lite ($0.10/$0.40), DeepSeek V4 Flash ($0.14/$0.28), Mistral Small 4 ($0.15/$0.60) และ GPT-5.6 Luna ($0.20/$1.20) สำหรับงานระดับกลาง มี Gemini 3.1 Flash-Lite ($0.25/$1.50), Gemini 2.5 Flash ($0.30/$2.50), DeepSeek V4 Pro ($0.435/$0.87), Mistral Large 3 ($0.50/$1.50), GPT-5.4 Mini ($0.75/$4.50), Claude Haiku 4.5 ($1/$5) และ Grok 4.3 ($1.25/$2.50) ระดับพรีเมียม ได้แก่ Gemini 2.5 Pro ($1.25/$10), GPT-5.4 ($2.50/$15), Claude Sonnet 4.6 ($3/$15), Claude Opus 4.8 ($5/$25), GPT-5.5 ($5/$30) และ Claude Fable 5 ($10/$50)
ChatGPT API ราคาเท่าไหร่ คิดเงินยังไง?
ChatGPT API คิดค่าบริการแบบ pay-per-use ตามจำนวน token ที่ใช้ ไม่ใช่ค่ารายเดือนแบบ ChatGPT Plus (699 บาท/เดือน) ราคาแยกตามโมเดล เช่น GPT-5.4 Nano คิด $0.20 ต่อ 1M input token และ $1.25 ต่อ 1M output token ส่วน GPT-5.4 คิด $2.50/$15 ต่อ 1M token ในทางปฏิบัติ หากส่งข้อความภาษาไทย 500 ตัวอักษรและรับคำตอบ 300 token ด้วย GPT-5.4 Nano จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ $0.000475 (0.017 บาท) ต่อคำขอ ซึ่งหมายความว่า งบ 350 บาท (10 ดอลลาร์) สามารถเรียก API ได้ราว 21,000 ครั้ง
Prompt caching คืออะไร ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร?
Prompt caching คือเทคโนโลยีที่เก็บ key-value vectors ของส่วน prompt ที่ถูกส่งซ้ำ (เช่น system prompt) ไว้ในหน่วยความจำ เพื่อไม่ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้ง token ที่ cache แล้วจะถูกคิดเพียง 10-25% ของราคาปกติ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ (ตระกูล GPT-5.4/5.5 ของ OpenAI และ Anthropic คิดที่ 10%) สำหรับแอปพลิเคชันที่ส่ง system prompt เดิมกับทุกคำขอ เช่น แชทบอท ผู้ช่วยเขียนโค้ด หรือ RAG pipeline prompt caching สามารถลดค่า input ได้สูงสุด 90% OpenAI เปิด cache อัตโนมัติ ส่วน Anthropic และ Google ต้องตั้งค่าเอง
ข้อความภาษาไทย 1,000 ตัวอักษรใช้กี่ token?
สำหรับ OpenAI (GPT series) ข้อความภาษาไทย 1,000 ตัวอักษรใช้ประมาณ 800-1,200 token ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ข้อความที่มีสระ วรรณยุกต์ และตัวเลขผสมจะใช้ token มากกว่าข้อความพยัญชนะล้วน สำหรับ Gemini บน Vertex AI ที่คิดตามตัวอักษร 1,000 ตัวอักษรไทยจะถูกนับเป็น 1,000 characters เท่ากับภาษาอังกฤษ ซึ่งประหยัดกว่ามาก เปรียบเทียบกัน: ข้อความภาษาอังกฤษ 1,000 ตัวอักษรใช้เพียง 250-333 token (OpenAI) ดังนั้นภาษาไทยจึงใช้ token มากกว่า 3-4 เท่า
เปรียบเทียบ Claude API กับ GPT API อันไหนคุ้มกว่า?
ขึ้นอยู่กับงานและปริมาณการใช้ สำหรับงานทั่วไปปริมาณมาก GPT-5.4 Nano ($0.20/$1.25) ถูกกว่า Claude Haiku 4.5 ($1/$5) ประมาณ 4-5 เท่า สำหรับงานคุณภาพสูง Claude Sonnet 4.6 ($3/$15) และ GPT-5.4 ($2.50/$15) มีราคาใกล้เคียงกัน แต่ Claude โดดเด่นด้านการเขียนโค้ดและเข้าใจบริบทยาว ส่วน GPT-5.4 ($2.50/$15) มี context window 1 ล้าน token เหมาะกับ codebase ขนาดใหญ่ สำหรับนักพัฒนาไทย แนะนำเริ่มจากโมเดลถูก (GPT-5.4 Nano หรือ Gemini 2.5 Flash) ทดสอบคุณภาพก่อน แล้วค่อยเลื่อนขึ้นมาใช้โมเดลพรีเมียมเฉพาะงานที่ต้องการ
รูปภาพและไฟล์ใช้ token อย่างไรในโมเดล AI แบบ multimodal?
รูปภาพจะถูกแปลงเป็น token ตามความละเอียด สำหรับโมเดลที่รองรับภาพอย่าง GPT-5.4, Claude หรือ Gemini รูปขนาด 1024x1024 พิกเซลใช้ประมาณ 1,000-1,500 token ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ โดย Anthropic ระบุสูตรประมาณ width x height / 750 ซึ่งได้ราว 1,400 token สำหรับรูป 1024x1024 รูปที่ละเอียดสูงกว่าจะใช้ token มากขึ้น โหมด "high detail" แพงกว่า "low detail" อย่างมาก PDF และเอกสารอื่นจะถูกแปลงเป็นข้อความก่อนแล้วค่อยนับ token ตามปกติ แอปพลิเคชันที่รับรูปภาพจำนวนมากควรประมาณค่า token ของรูปภาพเป็นพิเศษ
GPT-5.6 Sol ราคาเท่าไรต่อล้าน token?
GPT-5.6 Sol คิดค่าบริการ $5 ต่อล้าน token อินพุต และ $30 ต่อล้าน token เอาต์พุต ส่วน Terra อยู่ที่ $2/$12 และ Luna อยู่ที่ $0.20/$1.20 สำหรับแชทบอทที่ใช้อินพุต 2,000 token และเอาต์พุต 500 token ที่ 100 คำขอต่อวัน เท่ากับ $75.00 ต่อเดือนบน Sol, $30.00 บน Terra และ $3.00 บน Luna ซึ่งระดับถูกสุดกับแพงสุดต่างกันพอดี 25 เท่า
Claude Opus 5 ราคาเท่าไร และถูกกว่า GPT-5.6 Sol หรือไม่?
Claude Opus 5 คิด 5 ดอลลาร์ต่อล้าน token อินพุต และ 25 ดอลลาร์สำหรับเอาต์พุต ส่วน Claude Sonnet 5 อยู่ที่$3/$15 ดอลลาร์ Opus 5 คิดค่าอินพุตเท่ากับ GPT-5.6 Sol แต่เอาต์พุตถูกกว่า ดังนั้นคำตอบขึ้นกับสัดส่วนของคุณ: บนแชทบอท 2,000/500 เดียวกันที่ 100 คำขอต่อวัน Opus 5 ตกเดือนละ 67.50 ดอลลาร์ เทียบกับ 75.00 ดอลลาร์ของ Sol แต่ในงานที่อินพุตหนัก ทั้งสองต่างกันไม่ถึงหนึ่งเซนต์ต่อคำขอ
โมเดลใหม่ราคาเท่าเดิม ค่าใช้จ่ายเท่าเดิมจริงไหม?
ไม่เสมอไป โมเดล Claude 4.7 ขึ้นไป (Opus 5, Opus 4.8, Sonnet 5) ใช้ tokenizer ใหม่ที่ตัดข้อความเดียวกันออกเป็น token มากกว่า Sonnet 4.6 และรุ่นก่อนประมาณ 30% Sonnet 5 กับ Sonnet 4.6 ตั้งราคาเท่ากันที่ 3/15 ดอลลาร์ แต่งานที่เคยเสียเดือนละ 40.50 ดอลลาร์บน Sonnet 4.6 จะกลายเป็นราว 52.65 ดอลลาร์บน Sonnet 5 ขณะที่การย้ายจาก Opus 4.8 ไป Opus 5 ไม่กระทบ เพราะทั้งคู่ใช้ tokenizer ใหม่อยู่แล้ว
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับ Token และ AI API
Token
หน่วยย่อยที่สุดที่ LLM ใช้ประมวลผลข้อความ อาจเป็นคำ ส่วนของคำ ตัวอักษร หรือเครื่องหมาย คำภาษาอังกฤษทั่วไปใช้ 1-2 token แต่ตัวอักษรไทย 1 ตัวอาจใช้ 1 token ทั้งตัว
Tokenizer
อัลกอริทึมที่แปลงข้อความดิบเป็น token แต่ละโมเดลใช้ tokenizer ต่างกัน เช่น OpenAI ใช้ tiktoken, Google ใช้ SentencePiece ทำให้ข้อความเดียวกันอาจมีจำนวน token ต่างกันในแต่ละผู้ให้บริการ
BPE (Byte Pair Encoding)
อัลกอริทึม tokenization ที่นิยมใช้มากที่สุดใน LLM สมัยใหม่ สร้าง vocabulary โดยการรวมคู่ byte ที่พบบ่อยที่สุดซ้ำไปเรื่อย ๆ GPT, Claude, Llama และ Mistral ล้วนใช้รูปแบบของ BPE
Context Window
จำนวน token สูงสุดที่โมเดลรับได้ในคำขอเดียว รวมทั้ง input และ output ตัวอย่าง: Claude Fable 5, Claude Opus 4.8 และ Claude Sonnet 4.6 รองรับ 1 ล้าน token, Grok 4.3 และ DeepSeek V4 รองรับ 1 ล้าน token, Gemini 2.5 Pro รองรับสูงสุด 1 ล้าน token
Prompt Caching
ฟีเจอร์ลดต้นทุนที่เก็บ key-value pairs ของ prompt prefix ที่ซ้ำกันไว้ใช้ใหม่ ลดทั้ง latency และค่า token ได้สูงสุด 90% สำหรับส่วนที่ cache แล้ว
Input Token / Output Token
Input token คือ token ใน prompt ที่ส่งไปยังโมเดล Output token คือ token ที่โมเดลสร้างเป็นคำตอบ Output แพงกว่า input 3-5 เท่า เพราะต้องสร้างทีละ token ตามลำดับ
ราคาต่อล้าน Token (Cost per Million Tokens)
หน่วยมาตรฐานในการตั้งราคา LLM API ผู้ให้บริการจะระบุราคาเป็นดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token ($/1M tokens) โดยแยก input และ output ตัวอย่าง: Claude Sonnet 4.6 คิด $3/1M input และ $15/1M output