คำนวณดอกเบี้ยทบต้น
ดูว่าเงินลงทุนของคุณเติบโตอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไปด้วยดอกเบี้ยทบต้นและเงินออมประจำ
ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร?
วิธีคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
สูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
- = มูลค่าเงินรวม ณ สิ้นสุดการลงทุน (เงินต้น + ดอกเบี้ย)
- = เงินต้น (จำนวนเงินลงทุนเริ่มต้น)
- = อัตราดอกเบี้ยต่อปี (ในรูปทศนิยม เช่น 3% = 0.03)
- = จำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี (รายเดือน = 12, รายไตรมาส = 4, รายปี = 1)
- = ระยะเวลาลงทุน (ปี)
ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น
ฝากประจำ 200,000 บาท ในธนาคาร 5 ปี
ออมเดือนละ 5,000 บาท ลงทุนกองทุนรวม 20 ปี
เริ่มออมอายุ 25 ปี vs อายุ 35 ปี ต่างกันแค่ไหน?
เคล็ดลับเพิ่มพลังดอกเบี้ยทบต้น
- เริ่มต้นให้เร็วที่สุด เวลาคือปัจจัยสำคัญที่สุดของดอกเบี้ยทบต้น การเริ่มออมตั้งแต่อายุ 25 ปี แม้เดือนละ 2,000 บาท อาจให้ผลดีกว่าเริ่มออมเดือนละ 5,000 บาท ตอนอายุ 40 ปี
- ออมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีลงทุนหรือกองทุนรวม ป้องกันไม่ให้ลืมหรือข้ามเดือน ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าจำนวนเงิน
- อย่าถอนดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนออกมาใช้ ปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงาน การถอนผลตอบแทนออกเท่ากับตัดวงจรการทบต้นทิ้ง ทำให้เงินโตช้าลงอย่างมาก
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่ทบต้นบ่อยขึ้น เงินฝากที่ทบต้นรายเดือนจะให้ผลตอบแทนมากกว่าทบต้นรายปี แม้อัตราดอกเบี้ยเท่ากัน
- ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มผลตอบแทนสุทธิ การลงทุนผ่านกองทุน SSF หรือ RMF นอกจากได้ดอกเบี้ยทบต้นแล้ว ยังได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30% ของรายได้ เพิ่มผลตอบแทนที่แท้จริงอีกทาง
- เพิ่มจำนวนเงินออมเมื่อรายได้เพิ่ม ทุกครั้งที่ได้ปรับเงินเดือนหรือได้โบนัส ลองเพิ่มเงินออมอีกเดือนละ 500-1,000 บาท ผลต่างเล็ก ๆ นี้จะสะสมเป็นเงินก้อนโตในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอกเบี้ยทบต้น
ดอกเบี้ยทบต้นกับดอกเบี้ยธรรมดาต่างกันยังไง?
ดอกเบี้ยธรรมดา (Simple Interest) คำนวณจากเงินต้นเดิมเพียงอย่างเดียว ได้ดอกเบี้ยเท่ากันทุกปี ส่วนดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คำนวณจากเงินต้นรวมกับดอกเบี้ยสะสม ทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี ตัวอย่างเช่น ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ดอกเบี้ยธรรมดาให้ผลตอบแทน 30,000 บาท (3,000 บาท x 10 ปี) แต่ดอกเบี้ยทบต้นให้ผลตอบแทน 34,392 บาท มากกว่า 4,392 บาท
ดอกเบี้ยทบต้นกับดอกเบี้ยลดต้นลดดอกต่างกันอย่างไร?
ดอกเบี้ยทบต้นใช้กับการออมและลงทุน โดยนำดอกเบี้ยที่ได้กลับไปรวมกับเงินต้นเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่ม ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ใช้กับสินเชื่อ โดยคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือที่ลดลงในแต่ละงวด ทำให้ดอกเบี้ยที่จ่ายลดลงเรื่อย ๆ ตามเงินต้นที่ผ่อนชำระไป ทั้งสองเป็นคนละแนวคิดกัน ดอกเบี้ยทบต้นช่วยให้เงินออมโต ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกช่วยให้ผ่อนหนี้ถูกลง
ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ยทบต้น 10 ปี ได้เท่าไร?
ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและความถี่ในการทบต้น หากฝากประจำดอกเบี้ย 2% ต่อปี ทบต้นทุก 6 เดือน ครบ 10 ปีจะได้ประมาณ 121,899 บาท หากนำไปลงทุนกองทุนรวมได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี ทบต้นรายเดือน จะได้ประมาณ 200,966 บาท ต่างกันเกือบเท่าตัวเพราะอัตราผลตอบแทนต่างกันเพียง 5%
กฎ 72 คืออะไร? ใช้คำนวณดอกเบี้ยทบต้นอย่างไร?
กฎ 72 (Rule of 72) คือวิธีคำนวณลัดเพื่อประมาณว่าเงินจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในกี่ปี เพียงนำ 72 หารด้วยอัตราดอกเบี้ยต่อปี ตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ย 6% ต่อปี เงินจะเพิ่มเป็นสองเท่าในเวลาประมาณ 12 ปี (72 / 6 = 12) ถ้าลงทุนได้ผลตอบแทน 8% จะใช้เวลาเพียง 9 ปี กฎนี้ให้ค่าประมาณที่แม่นยำในช่วงอัตราดอกเบี้ย 2-15%
ออมเดือนละ 3,000 บาท กี่ปีถึงจะได้ล้าน?
ขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทน หากฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี ต้องใช้เวลาประมาณ 25 ปี แต่ถ้าลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี จะถึง 1,000,000 บาท ภายในประมาณ 16 ปี เร็วกว่าเกือบ 10 ปี นี่แสดงให้เห็นว่าอัตราผลตอบแทนมีผลต่อระยะเวลาในการบรรลุเป้าหมายอย่างมาก
ทบต้นรายเดือนกับรายปี อะไรดีกว่า?
ทบต้นรายเดือนให้ผลตอบแทนสูงกว่าเล็กน้อยเพราะดอกเบี้ยเริ่มสร้างผลตอบแทนเร็วกว่า ตัวอย่าง ฝาก 500,000 บาท ดอกเบี้ย 3% เป็นเวลา 10 ปี ทบต้นรายเดือนได้ 674,058 บาท ทบต้นรายปีได้ 671,958 บาท ต่างกัน 2,100 บาท ความแตกต่างไม่มากนักเมื่อเทียบกับผลของระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ย แต่ถ้าเลือกได้ ทบต้นบ่อยกว่าย่อมดีกว่าเสมอ
ดอกเบี้ยทบต้นมีข้อเสียไหม?
ดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้ทั้งสองทาง หากคุณเป็นผู้กู้ ดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้หนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ย 16-25% ต่อปี หากจ่ายเพียงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะทบซ้อนดอกเบี้ยจนยอดหนี้บานปลาย ดังนั้นควรปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงให้หมดก่อนเริ่มลงทุน เพราะดอกเบี้ยหนี้มักสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุน
ลงทุน SSF หรือ RMF ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้นอย่างไร?
กองทุน SSF และ RMF ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทบต้นเต็มที่เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว SSF ต้องถือครองอย่างน้อย 10 ปี ส่วน RMF ต้องถือจนอายุ 55 ปี ระยะเวลาถือครองยาวนานทำให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30% ของรายได้ (SSF ไม่เกิน 200,000 บาท, RMF ไม่เกิน 500,000 บาท) ซึ่งเปรียบเสมือนได้ผลตอบแทนเพิ่มเติมทันทีจากเงินภาษีที่ประหยัดได้
คำศัพท์สำคัญ
เงินต้น (Principal)
จำนวนเงินเริ่มต้นที่นำไปลงทุนหรือฝากก่อนที่จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้น
ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)
ดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นรวมกับดอกเบี้ยสะสม ทำให้ผลตอบแทนเติบโตแบบทวีคูณ
ความถี่ในการทบต้น (Compounding Frequency)
จำนวนครั้งต่อปีที่ดอกเบี้ยถูกรวมเข้ากับเงินต้น เช่น รายเดือน (12 ครั้ง) รายไตรมาส (4 ครั้ง) รายปี (1 ครั้ง)
มูลค่าอนาคต (Future Value)
มูลค่าของเงินลงทุน ณ จุดหนึ่งในอนาคต โดยรวมเงินต้นและผลตอบแทนสะสมทั้งหมด
กฎ 72 (Rule of 72)
สูตรลัดสำหรับประมาณจำนวนปีที่เงินจะเพิ่มเป็นสองเท่า โดยนำ 72 หารด้วยอัตราดอกเบี้ยต่อปี
กองทุน SSF (Super Savings Fund)
กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวของไทย ลงทุนขั้นต่ำ 1 บาท ถือครองอย่างน้อย 10 ปี ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ออกแบบเพื่อสะสมเงินเกษียณ ต้องลงทุนต่อเนื่องและถือจนอายุ 55 ปี ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ไม่เกิน 500,000 บาท
