Smart Calculators

Smart

Calculators

คำนวณ ROI คราวด์ฟันดิง

คำนวณผลตอบแทนการลงทุนในโครงการคราวด์ฟันดิง ประมาณกำไรสุทธิ ผลตอบแทนรายปี และค่าธรรมเนียม

เครื่องคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิง. กำไรสุทธิ ผลตอบแทนรายปี และตัวคูณทุนหลังหักค่าธรรมเนียมและภาษี.
เครื่องคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิงประมาณผลตอบแทนจริงจากการลงทุนหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าเข้าร่วม และภาษีกำไรจากทุน. คำนวณกำไรสุทธิ ROI รายปี และตัวคูณทุนเพื่อเปรียบเทียบโครงการคราวด์ฟันดิงในเกณฑ์เดียวกัน.

ROI คราวด์ฟันดิงคืออะไร?

ROI คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding ROI) คือตัวชี้วัดผลตอบแทนจากการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิง โดยคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนเริ่มต้นหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และภาษีเงินได้แล้ว สำหรับนักลงทุนในประเทศไทย เครื่องมือนี้ช่วยเปรียบเทียบผลตอบแทนจริงจากคราวด์ฟันดิงกับทางเลือกอื่น เช่น เงินฝากประจำ (ดอกเบี้ย 0.25-1.5% ต่อปี) พันธบัตรรัฐบาล (ประมาณ 1.9% ต่อปี) หรือกองทุนรวม SSF/RMF (เฉลี่ย 6-10% ต่อปี)
การลงทุนผ่านคราวด์ฟันดิงในไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกำหนดให้ผู้ลงทุนรายย่อยลงทุนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อบริษัท และรวมไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อปี แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้แก่ PeerPower, Investree Thailand, Funding Societies Thailand และ Sinwattana เป็นต้น
การลงทุนคราวด์ฟันดิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ Equity Crowdfunding (ลงทุนในหุ้นของกิจการ ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น) และ Debt Crowdfunding หรือหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง (ให้กู้ยืมแก่กิจการ ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามอัตราที่ตกลง) ผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงในไทยอยู่ที่ประมาณ 3-8% ต่อปี ขึ้นอยู่กับเกรดความเสี่ยงของสินเชื่อ แต่ตัวเลขที่โฆษณาไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนจะได้รับจริง เพราะยังต้องหักค่าธรรมเนียมและภาษีอีก

วิธีคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิง

การคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิงต้องหักต้นทุนทุกอย่างออกก่อน จึงจะเห็นผลตอบแทนสุทธิที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขผลตอบแทนรวมที่แพลตฟอร์มโฆษณา ต่อไปนี้คือขั้นตอนทั้งหมด:
1. กำหนดจำนวนเงินลงทุนและมูลค่าโครงการทั้งหมด เพื่อคำนวณสัดส่วนการถือครองของคุณ
2. คำนวณผลตอบแทนรวม (Gross Return) โดยนำอัตราผลตอบแทนต่อปีมาทบต้นตลอดระยะเวลาการลงทุน (เป็นเดือน)
3. หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 1-3% ต่อปี เช่น PeerPower คิดค่าบริการตามเกรดสินเชื่อ
4. หักค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ถ้ามี) ที่เรียกเก็บครั้งเดียวตอนเริ่มลงทุน
5. คำนวณภาษีเงินได้จากกำไร โดยในประเทศไทย กำไรจากการลงทุนคราวด์ฟันดิงถูกนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า 5-35%
6. หารกำไรสุทธิ (หลังหักค่าธรรมเนียมและภาษีทั้งหมด) ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น แล้วคูณ 100 เพื่อให้ได้ ROI เป็นเปอร์เซ็นต์
7. ปรับ ROI ให้เป็นอัตราต่อปี (Annualized ROI) เพื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนที่มีระยะเวลาต่างกันได้อย่างเท่าเทียม
เครื่องคำนวณด้านบนทำขั้นตอนทั้งหมดนี้ให้อัตโนมัติ พร้อมแสดง ROI แบบธรรมดา, ROI ต่อปี และ Equity Multiple ในที่เดียว

สูตรคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิง

ROI=Net ProfitInvestment×100ROI = \frac{\text{Net Profit}}{\text{Investment}} \times 100
  • Net Profit\text{Net Profit} = กำไรสุทธิ คือ ผลตอบแทนรวมหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และภาษีเงินได้
  • Investment\text{Investment} = จำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่ใส่เข้าไปในโครงการคราวด์ฟันดิง
  • Gross Return\text{Gross Return} = ผลตอบแทนรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย คำนวณจากเงินลงทุนคูณอัตราผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น
  • Platform Fee\text{Platform Fee} = ค่าธรรมเนียมรายปีที่แพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิงเรียกเก็บ (โดยทั่วไป 1-3%)
  • Entry Fee\text{Entry Fee} = ค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่เรียกเก็บครั้งเดียวตอนเริ่มลงทุน (0-2%)
  • Tax\text{Tax} = ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระจากกำไร (อัตราก้าวหน้า 5-35% ในประเทศไทย)
สูตร Annualized ROI ใช้ปรับผลตอบแทนให้เป็นอัตราต่อปี เพื่อเปรียบเทียบการลงทุนที่มีระยะเวลาต่างกัน:
ROIannualized=(1+Net ProfitInvestment)12months1ROI_{\text{annualized}} = \left(1 + \frac{\text{Net Profit}}{\text{Investment}}\right)^{\frac{12}{\text{months}}} - 1
ส่วน Equity Multiple แสดงจำนวนเท่าที่คุณได้เงินคืนเทียบกับเงินลงทุน:
Equity Multiple=Investment+Net ProfitInvestment\text{Equity Multiple} = \frac{\text{Investment} + \text{Net Profit}}{\text{Investment}}
ตัวอย่างเช่น ถ้า Equity Multiple เท่ากับ 1.3x หมายความว่าทุก 1 บาทที่ลงทุน ได้คืน 1.30 บาท ในตลาดคราวด์ฟันดิงไทย โครงการหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงระยะ 12-24 เดือนมักตั้งเป้า Equity Multiple ที่ 1.05x ถึง 1.15x ส่วนโครงการ Equity Crowdfunding ที่ถือครองนานกว่า 3-5 ปี อาจตั้งเป้าที่ 1.3x-1.8x ทั้งนี้ ระยะเวลาถือครองมีผลอย่างมาก Equity Multiple 1.3x ใน 2 ปี ให้ Annualized ROI ประมาณ 14% แต่ 1.3x ใน 5 ปี ให้เพียง 5.4% เท่านั้น

ตัวอย่างการคำนวณ ROI คราวด์ฟันดิง

ลงทุนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงบน PeerPower

คุณลงทุน 100,000 บาท ในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงของ SME ไทยผ่าน PeerPower โดยโครงการมีมูลค่ารวม 5,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี ระยะเวลา 18 เดือน ผลตอบแทนรวมแบบทบต้นคือ 10,769 บาท แพลตฟอร์มคิดค่าธรรมเนียม 2% ต่อปี รวมประมาณ 3,076 บาท ไม่มีค่าแรกเข้า กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมคือ 7,693 บาท สมมติอัตราภาษีเงินได้ 15% ภาษีที่ต้องจ่ายคือ 1,154 บาท กำไรสุทธิเหลือ 6,539 บาท ได้ ROI สุทธิ 6.5% หรือ Annualized ROI 4.3% และ Equity Multiple 1.07x เทียบกับเงินฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยเพียง 1.5% การลงทุนนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเกือบ 3 เท่า แม้หลังหักค่าธรรมเนียมและภาษีแล้ว

ลงทุน Equity Crowdfunding ในสตาร์ทอัพไทย

คุณลงทุน 50,000 บาท ในหุ้นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีผ่านแพลตฟอร์ม Equity Crowdfunding ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. มูลค่าโครงการ 10,000,000 บาท คาดว่าผลตอบแทน 12% ต่อปี ระยะเวลา 36 เดือน ผลตอบแทนรวมแบบทบต้นคือ 20,236 บาท ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 2.5% ต่อปี รวม 4,036 บาท ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1% คือ 500 บาท กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดคือ 15,700 บาท ที่อัตราภาษี 20% ภาษีเท่ากับ 3,140 บาท กำไรสุทธิ 12,560 บาท คิดเป็น ROI สุทธิ 25.1% หรือ Annualized ROI 7.8% และ Equity Multiple 1.25x แม้โฆษณา 12% ต่อปี แต่หลังหักทุกอย่างเหลือจริงแค่ 7.8% ต่อปี ต่ำกว่าตัวเลขที่คาดไว้ถึง 35%

เปรียบเทียบคราวด์ฟันดิงกับกองทุน SSF

นักลงทุนมีเงิน 100,000 บาท ต้องเลือกระหว่างหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง (ผลตอบแทน 6% ต่อปี ค่าธรรมเนียม 1.5% ระยะ 24 เดือน) กับกองทุน SSF หุ้นไทย (ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี ค่าธรรมเนียมบริหาร 1.5%)
คราวด์ฟันดิง: ผลตอบแทนรวม 12,360 บาท หักค่าธรรมเนียม 3,076 บาท หักภาษี 15% อีก 1,393 บาท สุทธิ 7,891 บาท (Annualized ROI 3.9%)
กองทุน SSF: ผลตอบแทนรวม 14,490 บาท หักค่าบริหาร 3,076 บาท แต่ได้ลดหย่อนภาษีจากเงินลงทุน 100,000 บาท (ประหยัดภาษีได้ 15,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับฐานภาษี) ผลตอบแทนรวมรวมสิทธิลดหย่อนสูงกว่าคราวด์ฟันดิงอย่างชัดเจน
ตัวอย่างนี้แสดงว่าเมื่อรวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ SSF/RMF เข้าไป กองทุนลดหย่อนภาษีอาจให้ผลตอบแทนรวมสูงกว่าคราวด์ฟันดิง จึงควรพิจารณาภาพรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

เคล็ดลับเพิ่มผลตอบแทนคราวด์ฟันดิง

  • เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมรวม ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนที่โฆษณา โครงการที่ให้ผลตอบแทน 8% แต่คิดค่าธรรมเนียม 3% ต่อปี อาจให้ผลตอบแทนสุทธิน้อยกว่าโครงการที่ให้ 6% แต่คิดค่าธรรมเนียมเพียง 1% ค่าธรรมเนียมที่ต่างกัน 2% ต่อปี ส่งผลอย่างมากเมื่อทบต้นหลายปี
  • กระจายการลงทุนในหลายโครงการ อย่าลืมว่า ก.ล.ต. จำกัดวงเงินไว้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อบริษัท เพดานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของความเสี่ยง จึงควรแบ่งเงิน 1,000,000 บาทต่อปี ลงในหลายโครงการแทนที่จะใส่ทั้งหมดในโครงการเดียว
  • เข้าใจภาษีก่อนลงทุน กำไรจากคราวด์ฟันดิงในไทยถูกนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า 5-35% ต่างจากกำไรจากขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ที่ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ข้อแตกต่างนี้อาจทำให้ผลตอบแทนสุทธิต่างกันมากเมื่อเทียบกับหุ้นจดทะเบียน
  • พิจารณาสภาพคล่องก่อนตัดสินใจ การลงทุนคราวด์ฟันดิงส่วนใหญ่ล็อกเงินไว้ 12-36 เดือน ไม่สามารถไถ่ถอนก่อนครบกำหนดได้ ควรใช้เฉพาะเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น ผลตอบแทน 6% ต่อปีจากคราวด์ฟันดิงที่ล็อก 2 ปี ควรเทียบกับกองทุนรวมที่ซื้อขายได้ทุกวัน
  • ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เสมอ มีเพียง Funding Portal ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เท่านั้นที่สามารถเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงได้อย่างถูกกฎหมาย ตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (sec.or.th) การลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตมีความเสี่ยงสูงมากทั้งด้านการฉ้อโกงและการไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
  • ใช้เครื่องคำนวณเปรียบเทียบหลายสถานการณ์ ลองคำนวณผลตอบแทนในกรณีดี (Optimistic) ปานกลาง (Moderate) และแย่ (Pessimistic) เพื่อดูว่า ROI สุทธิอยู่ในช่วงเท่าไร การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น Equity Crowdfunding ในสตาร์ทอัพ มีโอกาสที่ผลลัพธ์จะเป็น 0% (ขาดทุนทั้งหมด) ได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ROI คราวด์ฟันดิง

ROI คราวด์ฟันดิงที่ดีควรเป็นเท่าไร?

ROI สุทธิที่ดีของคราวด์ฟันดิงในไทยอยู่ที่ประมาณ 4-8% ต่อปี หลังหักค่าธรรมเนียมและภาษีแล้ว หุ้นกู้คราวด์ฟันดิง (Debt Crowdfunding) ผ่าน PeerPower หรือ Investree มีผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายประมาณ 5-8% ต่อปี ส่วน Equity Crowdfunding ในสตาร์ทอัพอาจให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% ขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่สตาร์ทอัพจะล้มเหลว ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ตทั้งหมดต่ำกว่าที่คาด เปรียบเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 1.9% และ SET TRI เฉลี่ย 10 ปีที่ 7.8% ต่อปี

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มส่งผลต่อผลตอบแทนมากแค่ไหน?

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มสามารถลดผลตอบแทนรวมลง 15-40% ขึ้นอยู่กับอัตราและระยะเวลาถือครอง ตัวอย่างเช่น ค่าธรรมเนียม 2% ต่อปีจากผลตอบแทนรวม 7% คิดเป็นการหักผลตอบแทนไปเกือบ 30% ทุกปี ลงทุน 100,000 บาทเป็นเวลา 3 ปี ค่าธรรมเนียม 2% จะลดกำไรจาก 22,504 บาทเหลือ 15,762 บาท ต่างกัน 6,742 บาท จึงควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมรวมของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจลงทุน

กำไรจากคราวด์ฟันดิงเสียภาษียังไงในไทย?

กำไรจากการลงทุนคราวด์ฟันดิงในไทยถูกนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า 5-35% ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเข้าข่ายเงินได้ประเภทที่ 4 (ดอกเบี้ย) ซึ่งอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เงินปันผลจาก Equity Crowdfunding เข้าข่ายเงินได้ประเภทที่ 4 เช่นกัน แตกต่างจากกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ที่ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ข้อแตกต่างนี้ทำให้คราวด์ฟันดิงเสียเปรียบทางภาษีเมื่อเทียบกับหุ้นจดทะเบียน

Equity Multiple คืออะไร แตกต่างจาก ROI อย่างไร?

Equity Multiple คืออัตราส่วนของเงินที่ได้รับคืนทั้งหมดหารด้วยเงินลงทุน ถ้า Equity Multiple เท่ากับ 1.5x หมายความว่าทุก 1 บาทที่ลงทุน ได้คืน 1.50 บาท หรือมีกำไร 50% ข้อแตกต่างสำคัญคือ Equity Multiple ไม่คำนึงถึงเวลา ในขณะที่ Annualized ROI ปรับตามระยะเวลาถือครอง ดังนั้น Equity Multiple 1.5x ใน 2 ปี (Annualized ROI 22.5%) ดีกว่า 1.5x ใน 5 ปี (Annualized ROI 8.4%) อย่างมาก ควรดูทั้งสองตัวเลขประกอบกันเสมอ

ลงทุนคราวด์ฟันดิงในไทยมีแพลตฟอร์มอะไรบ้าง?

แพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิงที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทย ได้แก่ PeerPower (เพียร์ พาวเวอร์) ซึ่งเป็นรายแรกที่ออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ระดมทุนสะสมกว่า 2,000 ล้านบาท, Investree Thailand ที่เน้นสินเชื่อ SME, Funding Societies Thailand สำหรับสินเชื่อระยะสั้น SME และ Sinwattana Equity CrowdInvesting สำหรับ Equity Crowdfunding ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (sec.or.th) เสมอก่อนลงทุน

ก.ล.ต. จำกัดวงเงินลงทุนคราวด์ฟันดิงเท่าไร?

ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ลงทุนรายย่อย (บุคคลทั่วไป) ลงทุนคราวด์ฟันดิงได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อบริษัทผู้ระดมทุน และรวมทั้งปีไม่เกิน 1,000,000 บาท (นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้) เพดานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ ฝั่งผู้ระดมทุน ก.ล.ต. กำหนดเพดานที่ 20 ล้านบาทในปีแรก และรวมตลอดโครงการไม่เกิน 40 ล้านบาท

คราวด์ฟันดิงกับ P2P Lending ต่างกันยังไง?

P2P Lending (Peer-to-Peer Lending) เป็นรูปแบบหนึ่งของคราวด์ฟันดิงประเภท Lending-based ซึ่งผู้ลงทุนให้กู้ยืมเงินแก่ผู้กู้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่วนคราวด์ฟันดิงแบบ Equity และ Debt ที่ออกผ่าน Funding Portal อยู่ภายใต้ ก.ล.ต. ผลตอบแทน P2P Lending ในไทยอยู่ที่ประมาณ 5.2-8.2% ต่อปี ขึ้นอยู่กับเกรดสินเชื่อ ทั้งสองรูปแบบมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้

ถ้าโครงการคราวด์ฟันดิงล้มเหลว จะเกิดอะไรกับเงินลงทุน?

หากโครงการล้มเหลว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด สำหรับ Equity Crowdfunding ผู้ถือหุ้นจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับเงินคืนหลังจากเจ้าหนี้ทั้งหมดได้รับชำระแล้ว ซึ่งมักจะเหลือน้อยมากหรือไม่เหลือเลย สำหรับ Debt Crowdfunding ผู้ลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ จึงมีโอกาสได้รับเงินคืนบางส่วนก่อนผู้ถือหุ้น ด้วยเหตุนี้การกระจายลงทุนในหลายโครงการจึงสำคัญมาก และไม่ควรลงทุนเงินที่ไม่พร้อมจะสูญเสีย


คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับการลงทุนคราวด์ฟันดิง

Equity Multiple (ทวีคูณเงินลงทุน)

อัตราส่วนของเงินที่ได้รับคืนทั้งหมดหารด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น ค่า 1.5x หมายความว่าได้เงินคืน 1.50 บาทต่อทุก 1 บาทที่ลงทุน

Annualized ROI (ผลตอบแทนต่อปี)

ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ปรับให้เป็นอัตราต่อปี ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบการลงทุนที่มีระยะเวลาต่างกันได้อย่างเท่าเทียม

Funding Portal (ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง)

แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

Debt Crowdfunding (หุ้นกู้คราวด์ฟันดิง)

การระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ (ตราสารหนี้) ให้นักลงทุนทั่วไป ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยคงที่ตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด ความเสี่ยงต่ำกว่า Equity Crowdfunding

Equity Crowdfunding (คราวด์ฟันดิงแบบหุ้น)

การระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นของกิจการให้นักลงทุน ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงสูงกว่า

Credit Scoring (การจัดอันดับเครดิต)

กระบวนการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้กู้ โดยแพลตฟอร์มจะใช้ข้อมูลทางการเงินเพื่อจัดเกรดสินเชื่อ ซึ่งส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องแบกรับ

ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)

หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย รับผิดชอบการอนุญาตและกำกับดูแล Funding Portal คราวด์ฟันดิง รวมถึงกำหนดเพดานวงเงินลงทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย