เปรียบเทียบสินเชื่อ
เปรียบเทียบสินเชื่อสูงสุด 3 รูปแบบ ดูว่าสินเชื่อไหนดอกเบี้ยน้อยที่สุด
เครื่องคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อคืออะไร?
วิธีเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่ออย่างเป็นระบบ
สูตรคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อ
- = ค่างวดรายเดือนคงที่ (ผ่อนเท่ากันทุกงวด)
- = วงเงินกู้หรือเงินต้น (บาท)
- = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12)
- = จำนวนงวดทั้งหมด (ระยะเวลาผ่อนเป็นปี คูณ 12)
ตัวอย่างการเปรียบเทียบสินเชื่อ
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล 2 ข้อเสนอ: ผ่อนสั้น vs ผ่อนยาว
เปรียบเทียบวิธีผ่อน: ผ่อนเท่ากันทุกงวด vs เงินต้นคงที่
เปรียบเทียบ 3 ข้อเสนอจากธนาคารต่างกัน
เคล็ดลับเลือกข้อเสนอสินเชื่อที่คุ้มค่าที่สุด
- เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 ข้อเสนอก่อนตัดสินใจเสมอ ณ มีนาคม 2569 สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 9% ถึง 25% (ลดต้นลดดอก) ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินและเครดิตของผู้กู้ ดอกเบี้ยต่างกันเพียง 3% สำหรับวงเงิน 300,000 บาท ผ่อน 3 ปี ทำให้ดอกเบี้ยรวมต่างกันเกือบ 15,000 บาท
- ดูต้นทุนรวม ไม่ใช่แค่ค่างวดรายเดือน ค่างวดต่ำมักหมายถึงระยะเวลาผ่อนนานและดอกเบี้ยรวมสูงกว่า สินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ผ่อน 3 ปี ดอกเบี้ยรวม 49,467 บาท แต่ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยรวมเพิ่มเป็น 85,700 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 36,000 บาท จากแค่ขยายระยะเวลา 2 ปี
- อย่าลืมรวมค่าธรรมเนียมจัดการในการเปรียบเทียบ สินเชื่อบางรายการมีค่าธรรมเนียมจัดการ 1-3% ของวงเงิน ซึ่งอาจทำให้ข้อเสนอที่ดอกเบี้ยต่ำกว่ากลายเป็นแพงกว่าเมื่อรวมค่าธรรมเนียม ให้เปรียบเทียบที่ต้นทุนรวม (เงินต้น + ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียม) เสมอ
- พิจารณาวิธีเงินต้นคงที่ (ค่างวดลดลง) หากมีสภาพคล่องเพียงพอ วิธีนี้จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าวิธีผ่อนเท่ากันทุกงวดเสมอ เพราะตัดเงินต้นเร็วกว่า สหกรณ์ออมทรัพย์บางแห่งเสนอวิธีนี้ คุ้มค่าที่จะถามผู้ให้กู้ว่ามีตัวเลือกนี้หรือไม่
- ตรวจสอบว่ามีค่าปรับปิดก่อนกำหนดหรือไม่ ธปท. ห้ามเก็บค่าปรับปิดหนี้ก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังมีค่าปรับได้ อ่านสัญญาให้ละเอียด โดยเฉพาะหากวางแผนจะโปะหนี้เพิ่ม
- รักษาสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ไม่ให้สูงเกินไป ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้รวมไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้ เช่น หากรายได้ 35,000 บาท ค่างวดทุกสินเชื่อรวมกัน (ผ่อนบ้าน + ผ่อนรถ + สินเชื่อส่วนบุคคล + บัตรเครดิต) ไม่ควรเกิน 21,000-24,500 บาท แม้ข้อเสนอจะดีแค่ไหน อย่ากู้จนเงินเหลือไม่พอใช้จ่ายประจำวัน
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยให้ถูกประเภท อย่าเอาดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ของสินเชื่อรถมาเปรียบเทียบตรง ๆ กับดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ของสินเชื่อส่วนบุคคล Flat Rate คูณ 1.8 จะได้ค่าเทียบเท่า Effective Rate ประมาณ เช่น ไฟแนนซ์รถดอกเบี้ย 3.5% (Flat) เทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 6.3%
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบสินเชื่อ
เปรียบเทียบสินเชื่อต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง?
ต้องดู 3 ตัวเลขหลัก ได้แก่ ค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา และต้นทุนรวม (เงินต้น + ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียม) ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือต้นทุนรวม เพราะรวมทุกอย่างไว้แล้ว ตัวอย่าง: สินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 12% ผ่อน 3 ปี ต้นทุนรวม 239,886 บาท vs ดอกเบี้ย 10% ผ่อน 5 ปี ต้นทุนรวม 254,946 บาท ข้อเสนอแรกถูกกว่า 15,060 บาท แม้ดอกเบี้ยสูงกว่า
ดอกเบี้ยต่ำกว่าหมายถึงสินเชื่อถูกกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอไป อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าสินเชื่อถูกกว่า ระยะเวลาผ่อนมีผลมากพอ ๆ กับอัตราดอกเบี้ย สินเชื่อ 300,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ผ่อน 5 ปี เสียดอกเบี้ยรวม 82,406 บาท ขณะที่ดอกเบี้ย 14% ผ่อน 3 ปี เสียดอกเบี้ยรวม 67,547 บาท ข้อเสนอที่ดอกเบี้ยสูงกว่าแต่ผ่อนสั้นกว่ากลับถูกกว่าเกือบ 15,000 บาท นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมจัดการ (1-3% ของวงเงิน) ก็อาจลบล้างข้อดีของดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าได้
ผ่อนเท่ากันทุกงวดกับเงินต้นคงที่ แบบไหนดีกว่าสำหรับสินเชื่อ?
เงินต้นคงที่ (ค่างวดลดลง) จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าเสมอ เพราะตัดเงินต้นเร็วกว่าทำให้ฐานคิดดอกเบี้ยลดลงเร็ว ตัวอย่าง: กู้ 400,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ผ่อน 4 ปี ผ่อนเท่ากันทุกงวดเสียดอกเบี้ย 87,068 บาท เงินต้นคงที่เสียดอกเบี้ย 82,000 บาท ประหยัดได้ 5,068 บาท ข้อแลกเปลี่ยนคือค่างวดช่วงแรกจะสูงกว่า (ในตัวอย่างนี้สูงกว่าประมาณ 1,500 บาทต่อเดือน) จึงเหมาะกับผู้ที่มีสภาพคล่องเพียงพอในช่วงเริ่มต้น
ค่างวดสินเชื่อไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้?
ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้ทั้งหมด (ทุกสินเชื่อรวมกัน) ไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้ต่อเดือน สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลรายการเดียว ควรอยู่ที่ไม่เกิน 15-20% ของรายได้ ตัวอย่าง: หากรายได้ 30,000 บาท ค่างวดสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ควรเกิน 4,500-6,000 บาท และภาระหนี้ทั้งหมด (รวมผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต) ไม่ควรเกิน 18,000-21,000 บาท เพื่อให้เหลือเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวัน
เปรียบเทียบสินเชื่อที่ใช้วิธีผ่อนต่างกันได้ไหม?
ได้ เครื่องคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อของเราให้คุณเลือกวิธีผ่อนแยกกันสำหรับแต่ละข้อเสนอ จึงสามารถเปรียบเทียบสินเชื่อแบบผ่อนเท่ากันทุกงวดจากธนาคารกับสินเชื่อแบบเงินต้นคงที่จากสหกรณ์ออมทรัพย์ได้ในคราวเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องมือเปรียบเทียบส่วนใหญ่ในตลาดไทยไม่รองรับ เครื่องมือจะคำนวณค่างวด ดอกเบี้ยรวม และต้นทุนรวมของทั้งสองวิธีแล้วแสดงผลเคียงข้างกัน
สินเชื่อส่วนบุคคลปิดก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับไหม?
ไม่ต้องเสียค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินเก็บค่าปรับปิดหนี้ก่อนกำหนด (Prepayment Fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ครอบคลุมสินเชื่อจากธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต และ Non-Bank ดังนั้นหากเปรียบเทียบแล้วพบข้อเสนอที่ดีกว่า สามารถรีไฟแนนซ์หรือปิดสินเชื่อเดิมได้โดยไม่เสียค่าปรับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังมีค่าปรับได้ ต้องตรวจสอบสัญญาเป็นรายกรณี
ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลไว้เท่าไร?
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ เมื่อรวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 25% ต่อปี (คำนวณแบบลดต้นลดดอก) สำหรับสินเชื่อที่ไม่ใช่สินเชื่อทะเบียนรถ ในทางปฏิบัติ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำอยู่ที่ประมาณ 9-22% ต่อปี ขึ้นอยู่กับประวัติเครดิตของผู้กู้ หากเห็นข้อเสนอที่เกิน 25% ให้ระวังว่าอาจเป็นสินเชื่อนอกระบบ
เลือกระยะเวลาผ่อนสั้นหรือยาวดีกว่า?
ผ่อนสั้นประหยัดดอกเบี้ยได้มากอย่างมีนัยสำคัญ แต่ค่างวดจะสูงกว่า ตัวอย่าง: สินเชื่อ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ผ่อน 3 ปี ดอกเบี้ยรวม 61,835 บาท ค่างวด 8,662 บาท ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยรวม 107,125 บาท ค่างวด 5,952 บาท ผ่อนสั้นลง 2 ปีประหยัดดอกเบี้ยได้ 45,290 บาท (ลดลง 42%) หลักคือเลือกระยะเวลาสั้นที่สุดที่ค่างวดยังอยู่ในงบประมาณที่ไหว โดยค่างวดไม่ควรเกิน 15-20% ของรายได้
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับการเปรียบเทียบสินเชื่อ
ผ่อนเท่ากันทุกงวด (French Amortization)
วิธีผ่อนชำระที่ค่างวดคงที่ตลอดสัญญา ในแต่ละงวดสัดส่วนเงินต้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ดอกเบี้ยลดลง เป็นวิธีที่ธนาคารในไทยใช้มากที่สุดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน
เงินต้นคงที่ (Linear Amortization)
วิธีผ่อนชำระที่เงินต้นในแต่ละงวดเท่ากัน แต่ดอกเบี้ยลดลงตามยอดคงเหลือ ค่างวดจึงสูงสุดในเดือนแรกและลดลงทุกเดือน จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าวิธีผ่อนเท่ากันทุกงวดเสมอ
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา (Total Interest)
ยอดรวมของดอกเบี้ยทั้งหมดที่จ่ายตลอดอายุสินเชื่อ คำนวณจากยอดจ่ายคืนรวมลบเงินต้น เป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการเปรียบเทียบสินเชื่อที่มีระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยต่างกัน
ต้นทุนรวมของสินเชื่อ (Total Cost)
จำนวนเงินทั้งหมดที่จ่ายตลอดอายุสินเชื่อ รวมเงินต้น ดอกเบี้ยรวม และค่าธรรมเนียมทุกรายการ เป็นตัวเลขเดียวที่ใช้เปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อได้อย่างยุติธรรมเพราะรวมทุกต้นทุนไว้แล้ว
ค่าธรรมเนียมจัดการ (Origination Fee)
ค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินบางแห่งเรียกเก็บเมื่ออนุมัติสินเชื่อ โดยทั่วไปอยู่ที่ 1-3% ของวงเงินกู้ มักหักจากวงเงินก่อนโอนเงิน ทำให้ได้รับเงินจริงน้อยกว่าวงเงินที่อนุมัติ
DSR (Debt Service Ratio)
สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ คำนวณจากค่างวดหนี้ทั้งหมดหารด้วยรายได้ต่อเดือน ธปท. แนะนำให้ไม่เกิน 60-70% เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายดำรงชีพ ค่า DSR ที่สูงเกินอาจทำให้ยื่นกู้สินเชื่อใหม่ไม่ผ่าน
ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (Prepayment Fee)
ค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินบางแห่งเรียกเก็บเมื่อผู้กู้ปิดหนี้ก่อนครบสัญญา ตั้งแต่มกราคม 2567 ธปท. ห้ามเก็บค่าปรับนี้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังอาจมีค่าปรับได้
