Smart Calculators

Smart

Calculators

เครื่องคำนวณสินเชื่อ

คำนวณค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และค่าใช้จ่ายทั้งหมด เปรียบเทียบสินเชื่อสูงสุด 3 รายการ รองรับผ่อนคงที่และผ่อนลดต้นลดดอก

เครื่องคำนวณสินเชื่อ. คำนวณค่างวด ดอกเบี้ยรวม และตารางผ่อนชำระ.
เครื่องคำนวณสินเชื่อประมาณค่างวดรายเดือนและดอกเบี้ยรวมจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลา. รองรับการผ่อนแบบคงที่และแบบลดต้นลดดอก พร้อมตารางผ่อนชำระครบถ้วนและเปรียบเทียบข้อเสนอ.

เครื่องคำนวณสินเชื่อคืออะไร?

เครื่องคำนวณสินเชื่อคือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยประมาณค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา และตารางผ่อนชำระ โดยใช้ข้อมูล 3 อย่าง ได้แก่ วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อน ใช้ได้กับสินเชื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อสหกรณ์
การรู้ต้นทุนที่แท้จริงของการกู้ยืมก่อนเซ็นสัญญาเป็นสิ่งสำคัญมาก ตัวอย่างเช่น สินเชื่อส่วนบุคคล 300,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ต่อปี (ลดต้นลดดอก) ผ่อน 5 ปี จะเสียดอกเบี้ยรวมประมาณ 152,000 บาท หมายความว่าคุณจ่ายคืนทั้งสิ้น 452,000 บาท เพื่อแลกกับเงิน 300,000 บาท นั่นคือส่วนเพิ่มกว่า 50% ของยอดเงินกู้ เครื่องคำนวณสินเชื่อช่วยให้เห็นต้นทุนเหล่านี้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
สินเชื่อในประเทศไทยมี 2 ระบบหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน และดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ที่ใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เครื่องคำนวณนี้รองรับทั้ง 2 ระบบ พร้อมโหมดเปรียบเทียบข้อเสนอหลายรายการและการโปะหนี้เพิ่ม

วิธีคำนวณค่างวดสินเชื่อรายเดือน

การคำนวณค่างวดสินเชื่อต้องใช้ข้อมูล 3 อย่าง ได้แก่ วงเงินกู้ (เงินต้น) อัตราดอกเบี้ยต่อปี และระยะเวลาผ่อนชำระ
สำหรับดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) มีขั้นตอนดังนี้:
1. แปลงอัตราดอกเบี้ยต่อปีเป็นรายเดือน โดยหารด้วย 12 เช่น ดอกเบี้ย 18% ต่อปี หารด้วย 12 ได้ 1.5% ต่อเดือน (0.015)
2. คำนวณจำนวนงวดทั้งหมด เช่น ผ่อน 4 ปี เท่ากับ 48 งวด
3. แทนค่าในสูตรค่างวด (ดูในส่วนสูตรด้านล่าง) เพื่อได้ค่าผ่อนรายเดือนคงที่
4. คูณค่างวดด้วยจำนวนงวดทั้งหมดจะได้ยอดจ่ายคืนรวม
5. ลบวงเงินกู้ออกจากยอดจ่ายคืนรวมจะได้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา
สำหรับดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ที่ใช้กับสินเชื่อรถยนต์ การคำนวณง่ายกว่ามาก:
1. คำนวณดอกเบี้ยรวม = ยอดจัดไฟแนนซ์ x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนปี
2. คำนวณค่างวด = (ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ยรวม) / จำนวนงวด
ตัวอย่าง: กู้สินเชื่อส่วนบุคคล 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ต่อปี (ลดต้นลดดอก) ผ่อน 48 งวด ค่างวดจะอยู่ที่ 5,565 บาท ดอกเบี้ยรวม 67,119 บาท หากเป็นไฟแนนซ์รถดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ยอดจัด 200,000 บาท ผ่อน 48 งวด ค่างวดจะอยู่ที่ 4,750 บาท ดอกเบี้ยรวม 28,000 บาท แต่ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% เทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 6.3% (คูณด้วย 1.8)

สูตรคำนวณค่างวดสินเชื่อ

M=P×r(1+r)n(1+r)n1M = P \times \frac{r(1 + r)^n}{(1 + r)^n - 1}
  • MM = ค่างวดรายเดือนคงที่ (บาท)
  • PP = วงเงินกู้หรือเงินต้น (บาท)
  • rr = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12)
  • nn = จำนวนงวดทั้งหมด (ระยะเวลาผ่อนเป็นปี คูณ 12)
สูตรข้างต้นเป็นสูตรมาตรฐานสำหรับค่างวดคงที่ (French Amortization หรือดอกเบี้ยลดต้นลดดอก) ที่ธนาคารและสถาบันการเงินในไทยใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME ค่างวดทุกเดือนเท่ากัน แต่สัดส่วนเงินต้นและดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยช่วงแรกเป็นดอกเบี้ยมาก ช่วงท้ายเป็นเงินต้นมาก
สำหรับค่างวดลดลง (Linear Amortization หรือเงินต้นคงที่) แต่ละงวดคำนวณดังนี้:
Mk=Pn+(PP×(k1)n)×rM_k = \frac{P}{n} + \left(P - \frac{P \times (k - 1)}{n}\right) \times r
โดย k คือลำดับงวดที่ 1 ถึง n เงินต้นทุกงวดเท่ากันคือ P/n แต่ดอกเบี้ยลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ค่างวดงวดแรกสูงสุดและลดลงทุกเดือน ดอกเบี้ยรวมของวิธีนี้คำนวณได้จาก:
I=P×r×(n+1)2I = \frac{P \times r \times (n + 1)}{2}
สำหรับสินเชื่อรถยนต์แบบดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) สูตรง่ายกว่ามาก:
M=P+(P×R×T)nM = \frac{P + (P \times R \times T)}{n}
โดย R คืออัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี และ T คือระยะเวลาผ่อนเป็นปี ข้อควรระวังคือดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่สามารถเปรียบเทียบตรง ๆ กับดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ได้ สูตรแปลงคร่าว ๆ คือ Effective Rate ประมาณ 1.8 เท่าของ Flat Rate เช่น Flat Rate 3% เทียบเท่า Effective Rate ประมาณ 5.4%

ตัวอย่างการคำนวณค่างวดสินเชื่อ

สินเชื่อส่วนบุคคล 200,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อน 3 ปี

คุณกู้สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร 200,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ต่อปี (ลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยของสินเชื่อส่วนบุคคลในไทย) ผ่อน 36 งวด ค่างวดคงที่อยู่ที่ 7,231 บาทต่อเดือน ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา 60,306 บาท จ่ายคืนทั้งสิ้น 260,306 บาท นั่นหมายความว่าดอกเบี้ยคิดเป็น 30.2% ของยอดเงินกู้ หากเปลี่ยนเป็นผ่อน 5 ปี (60 งวด) ค่างวดลดเหลือ 5,078 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มเป็น 104,700 บาท มากขึ้นกว่า 44,000 บาท เฉพาะเพราะขยายระยะเวลาผ่อนอีก 2 ปี

สินเชื่อรถยนต์ 500,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ผ่อน 5 ปี

คุณจัดไฟแนนซ์รถใหม่ยอดจัด 500,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 3.5% ต่อปี ผ่อน 60 งวด ดอกเบี้ยรวมคือ 500,000 x 3.5% x 5 = 87,500 บาท ค่างวด = (500,000 + 87,500) / 60 = 9,792 บาทต่อเดือน จ่ายคืนทั้งสิ้น 587,500 บาท หมายเหตุ: ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% เทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 6.3% (คูณ 1.8) ดังนั้นหากเห็นโฆษณาสินเชื่อรถดอกเบี้ย 3.5% อย่าเข้าใจผิดว่าถูกกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ย 6% เพราะวิธีคิดดอกเบี้ยต่างกัน

เปรียบเทียบ 2 ข้อเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล

คุณได้รับ 2 ข้อเสนอสำหรับวงเงิน 150,000 บาท ข้อเสนอ ก: ดอกเบี้ย 15% ผ่อน 3 ปี ไม่มีค่าธรรมเนียม ข้อเสนอ ข: ดอกเบี้ย 12% ผ่อน 5 ปี ค่าธรรมเนียมจัดการ 3% (4,500 บาท) เมื่อดูอัตราดอกเบี้ย ข้อเสนอ ข ดูถูกกว่า แต่ตัวเลขบอกตรงกันข้าม ข้อเสนอ ก ค่างวด 5,197 บาท ดอกเบี้ยรวม 37,110 บาท รวมต้นทุน 37,110 บาท ข้อเสนอ ข ค่างวด 3,337 บาท ดอกเบี้ยรวม 50,202 บาท บวกค่าธรรมเนียม 4,500 บาท รวมต้นทุน 54,702 บาท ข้อเสนอ ก ประหยัดกว่า 17,592 บาท แม้ดอกเบี้ยสูงกว่า 3% เพราะระยะเวลาผ่อนสั้นกว่า อย่าตัดสินใจจากค่างวดหรืออัตราดอกเบี้ยอย่างเดียว ต้องเปรียบเทียบต้นทุนรวมเสมอ

เคล็ดลับประหยัดดอกเบี้ยสินเชื่อ

  • เปรียบเทียบอย่างน้อย 3-4 ข้อเสนอก่อนตัดสินใจ สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 9% ถึง 25% (ลดต้นลดดอก) ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินและเครดิตของผู้กู้ ดอกเบี้ยต่างกันเพียง 3% สำหรับวงเงิน 200,000 บาท ผ่อน 3 ปี ทำให้ดอกเบี้ยรวมต่างกันเกือบ 10,000 บาท
  • เลือกระยะเวลาผ่อนสั้นที่สุดที่ไหว ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยรวมยิ่งมาก สินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ผ่อน 3 ปี ดอกเบี้ยรวม 49,350 บาท ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยรวม 85,700 บาท เพิ่มขึ้น 36,350 บาท เฉพาะจากระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น 2 ปี
  • โปะหนี้เพิ่มทุกเดือนเมื่อมีเงินเหลือ สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยลดต้นลดดอก การจ่ายเกินค่างวดจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ฐานคิดดอกเบี้ยลดลง โปะเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท สำหรับสินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% อาจประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 10,000 บาท
  • ตรวจสอบเรื่องค่าปรับปิดก่อนกำหนด ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินเก็บค่าปรับการปิดหนี้ก่อนกำหนด (Prepayment Fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังมีค่าปรับหากปิดก่อนครบกำหนด อ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
  • ระวังดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ที่ดูถูกกว่าความเป็นจริง ไฟแนนซ์รถดอกเบี้ยคงที่ 3% ฟังดูถูก แต่เทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 5.4% ให้ใช้สูตร คูณ 1.8 เพื่อแปลงเป็น effective rate ก่อนเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น
  • ดูแลเครดิตให้ดีก่อนยื่นกู้ ประวัติการชำระหนี้ตรงเวลาและสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ที่ต่ำจะช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้รวมไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้
  • พิจารณาค่างวดลดลง (เงินต้นคงที่) หากผู้ให้กู้เสนอ วิธีนี้จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าค่างวดคงที่เพราะตัดเงินต้นเร็วกว่า แต่ค่างวดช่วงแรกจะสูงกว่า เหมาะกับผู้ที่มีสภาพคล่องเพียงพอในช่วงเริ่มต้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณค่างวดสินเชื่อ

กู้ 100,000 บาท ค่างวดเดือนละเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน หากกู้สินเชื่อส่วนบุคคล 100,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ลดต้นลดดอก ผ่อน 3 ปี ค่างวดอยู่ที่ 3,615 บาท ดอกเบี้ยรวม 30,153 บาท หากผ่อน 5 ปี ค่างวดลดเหลือ 2,539 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มเป็น 52,350 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 22,000 บาท ดังนั้นการเลือกระยะเวลาผ่อนสั้นลงจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) กับดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ต่างกันอย่างไร?

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คำนวณจากวงเงินกู้เต็มจำนวนตลอดสัญญา ค่างวดเท่ากันทุกเดือน ใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นหลัก ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่จ่ายจึงลดลงเรื่อย ๆ ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน ข้อสำคัญคือตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของ 2 ระบบเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ต้องแปลงก่อน โดย Flat Rate คูณ 1.8 จะได้ค่าเทียบเท่า Effective Rate ประมาณ ตัวอย่าง: ไฟแนนซ์รถดอกเบี้ย 4% (Flat Rate) เทียบเท่าประมาณ 7.2% (Effective Rate)

ค่างวดคงที่กับค่างวดลดลง แบบไหนดีกว่า?

ค่างวดคงที่ (French Amortization) จ่ายเท่ากันทุกเดือน วางแผนงบประมาณง่าย แต่จ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่า ค่างวดลดลง (Linear Amortization) งวดแรกสูงสุดแล้วลดลงเรื่อย ๆ จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าเพราะตัดเงินต้นเร็ว ตัวอย่าง: กู้ 300,000 บาท ดอกเบี้ย 12% ผ่อน 3 ปี ค่างวดคงที่เสียดอกเบี้ย 57,240 บาท ค่างวดลดลงเสียดอกเบี้ย 55,500 บาท ประหยัดได้ 1,740 บาท ยิ่งวงเงินกู้สูงและระยะเวลานาน ส่วนต่างยิ่งมาก

ปิดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับไหม?

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินเก็บค่าปรับปิดหนี้ก่อนกำหนด (Prepayment Fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ดังนั้นหากมีเงินเหลือ สามารถโปะหนี้หรือปิดยอดก่อนกำหนดได้โดยไม่เสียค่าปรับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (Hire Purchase) อยู่นอกเกณฑ์นี้ ต้องตรวจสอบสัญญาเป็นรายกรณี

ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลไว้เท่าไร?

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ เมื่อรวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 25% ต่อปี (คำนวณแบบลดต้นลดดอก) สำหรับสินเชื่อที่ไม่ใช่สินเชื่อทะเบียนรถ ดังนั้นหากพบข้อเสนอที่คิดรวมแล้วเกิน 25% ให้ระวังว่าอาจเป็นสินเชื่อนอกระบบ

โปะหนี้สินเชื่อคุ้มไหม ประหยัดได้จริงเท่าไร?

คุ้มมากสำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เพราะเงินที่โปะเพิ่มจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ลดฐานคิดดอกเบี้ยงวดถัด ๆ ไป ตัวอย่าง: กู้ 300,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อน 5 ปี ค่างวดปกติ 7,617 บาท หากโปะเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท จะปิดหนี้ได้ภายินประมาณ 3 ปี 8 เดือน แทนที่จะเป็น 5 ปี ประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 47,000 บาท ยิ่งเริ่มโปะเร็วยิ่งประหยัดมาก

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในปี 2569 อยู่ที่เท่าไร?

ณ มีนาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในไทยอยู่ที่ประมาณ 2.00-5.60% ต่อปี (Flat Rate) ซึ่งเทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 3.60-10.00% อัตราจริงขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถ ยอดดาวน์ ระยะเวลาผ่อน และประวัติเครดิตของผู้กู้ รถยนต์มือสองมักมีดอกเบี้ยสูงกว่ารถใหม่ประมาณ 1-3% (Flat Rate)

ค่างวดไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้?

ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้ทั้งหมด (ทุกสินเชื่อรวมกัน) ไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้เหลือเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตัวอย่าง: หากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ภาระหนี้รวม (ผ่อนบ้าน + ผ่อนรถ + สินเชื่อส่วนบุคคล + บัตรเครดิต) ไม่ควรเกิน 18,000-21,000 บาท เหลือเงินดำรงชีพอย่างน้อย 9,000-12,000 บาท


คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับสินเชื่อ

เงินต้น (Principal)

จำนวนเงินที่กู้ยืมจริง ไม่รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เมื่อผ่อนชำระแต่ละงวด เงินต้นจะลดลงจนเหลือศูนย์เมื่อปิดหนี้

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)

วิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด เมื่อผ่อนไปเรื่อย ๆ เงินต้นลดลง ดอกเบี้ยจึงลดลงตาม เป็นวิธีมาตรฐานของสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านในไทย

ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)

วิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากยอดเงินกู้เริ่มต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา ไม่ว่าจะผ่อนไปกี่งวดแล้ว ค่างวดเท่ากันทุกเดือน ใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นหลัก ตัวเลข Flat Rate จะต่ำกว่า Effective Rate เสมอ (ประมาณ 1.8 เท่า)

ตารางผ่อนชำระ (Amortization Schedule)

ตารางแสดงรายละเอียดค่างวดทุกงวดตลอดอายุสัญญา แยกเป็นส่วนที่เป็นเงินต้นและส่วนที่เป็นดอกเบี้ย ช่วยให้เห็นว่าเงินต้นคงเหลือลดลงอย่างไรในแต่ละเดือน

MRR (Minimum Retail Rate)

อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี ที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดเอง ใช้เป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภท เช่น MRR-3% หมายถึง MRR ลบ 3%

DSR (Debt Service Ratio)

สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ คำนวณจากค่างวดหนี้ทั้งหมดหารด้วยรายได้ต่อเดือน ธปท. แนะนำให้ไม่เกิน 60-70% เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายดำรงชีพ

ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (Prepayment Fee)

ค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินบางแห่งเรียกเก็บเมื่อผู้กู้ปิดหนี้ก่อนครบสัญญา ตั้งแต่มกราคม 2567 ธปท. ห้ามเก็บค่าปรับนี้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ