เครื่องคำนวณสินเชื่อ
คำนวณค่างวดรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และค่าใช้จ่ายทั้งหมด เปรียบเทียบสินเชื่อสูงสุด 3 รายการ รองรับผ่อนคงที่และผ่อนลดต้นลดดอก
เครื่องคำนวณสินเชื่อคืออะไร?
วิธีคำนวณค่างวดสินเชื่อรายเดือน
สูตรคำนวณค่างวดสินเชื่อ
- = ค่างวดรายเดือนคงที่ (บาท)
- = วงเงินกู้หรือเงินต้น (บาท)
- = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12)
- = จำนวนงวดทั้งหมด (ระยะเวลาผ่อนเป็นปี คูณ 12)
ตัวอย่างการคำนวณค่างวดสินเชื่อ
สินเชื่อส่วนบุคคล 200,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อน 3 ปี
สินเชื่อรถยนต์ 500,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ผ่อน 5 ปี
เปรียบเทียบ 2 ข้อเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล
เคล็ดลับประหยัดดอกเบี้ยสินเชื่อ
- เปรียบเทียบอย่างน้อย 3-4 ข้อเสนอก่อนตัดสินใจ สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 9% ถึง 25% (ลดต้นลดดอก) ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินและเครดิตของผู้กู้ ดอกเบี้ยต่างกันเพียง 3% สำหรับวงเงิน 200,000 บาท ผ่อน 3 ปี ทำให้ดอกเบี้ยรวมต่างกันเกือบ 10,000 บาท
- เลือกระยะเวลาผ่อนสั้นที่สุดที่ไหว ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยรวมยิ่งมาก สินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ผ่อน 3 ปี ดอกเบี้ยรวม 49,350 บาท ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยรวม 85,700 บาท เพิ่มขึ้น 36,350 บาท เฉพาะจากระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น 2 ปี
- โปะหนี้เพิ่มทุกเดือนเมื่อมีเงินเหลือ สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยลดต้นลดดอก การจ่ายเกินค่างวดจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ฐานคิดดอกเบี้ยลดลง โปะเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท สำหรับสินเชื่อ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 15% อาจประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 10,000 บาท
- ตรวจสอบเรื่องค่าปรับปิดก่อนกำหนด ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินเก็บค่าปรับการปิดหนี้ก่อนกำหนด (Prepayment Fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังมีค่าปรับหากปิดก่อนครบกำหนด อ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
- ระวังดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ที่ดูถูกกว่าความเป็นจริง ไฟแนนซ์รถดอกเบี้ยคงที่ 3% ฟังดูถูก แต่เทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 5.4% ให้ใช้สูตร คูณ 1.8 เพื่อแปลงเป็น effective rate ก่อนเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น
- ดูแลเครดิตให้ดีก่อนยื่นกู้ ประวัติการชำระหนี้ตรงเวลาและสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ที่ต่ำจะช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้รวมไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้
- พิจารณาค่างวดลดลง (เงินต้นคงที่) หากผู้ให้กู้เสนอ วิธีนี้จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าค่างวดคงที่เพราะตัดเงินต้นเร็วกว่า แต่ค่างวดช่วงแรกจะสูงกว่า เหมาะกับผู้ที่มีสภาพคล่องเพียงพอในช่วงเริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณค่างวดสินเชื่อ
กู้ 100,000 บาท ค่างวดเดือนละเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน หากกู้สินเชื่อส่วนบุคคล 100,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ลดต้นลดดอก ผ่อน 3 ปี ค่างวดอยู่ที่ 3,615 บาท ดอกเบี้ยรวม 30,153 บาท หากผ่อน 5 ปี ค่างวดลดเหลือ 2,539 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มเป็น 52,350 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 22,000 บาท ดังนั้นการเลือกระยะเวลาผ่อนสั้นลงจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) กับดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ต่างกันอย่างไร?
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คำนวณจากวงเงินกู้เต็มจำนวนตลอดสัญญา ค่างวดเท่ากันทุกเดือน ใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นหลัก ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ดอกเบี้ยที่จ่ายจึงลดลงเรื่อย ๆ ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน ข้อสำคัญคือตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของ 2 ระบบเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ต้องแปลงก่อน โดย Flat Rate คูณ 1.8 จะได้ค่าเทียบเท่า Effective Rate ประมาณ ตัวอย่าง: ไฟแนนซ์รถดอกเบี้ย 4% (Flat Rate) เทียบเท่าประมาณ 7.2% (Effective Rate)
ค่างวดคงที่กับค่างวดลดลง แบบไหนดีกว่า?
ค่างวดคงที่ (French Amortization) จ่ายเท่ากันทุกเดือน วางแผนงบประมาณง่าย แต่จ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่า ค่างวดลดลง (Linear Amortization) งวดแรกสูงสุดแล้วลดลงเรื่อย ๆ จ่ายดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าเพราะตัดเงินต้นเร็ว ตัวอย่าง: กู้ 300,000 บาท ดอกเบี้ย 12% ผ่อน 3 ปี ค่างวดคงที่เสียดอกเบี้ย 57,240 บาท ค่างวดลดลงเสียดอกเบี้ย 55,500 บาท ประหยัดได้ 1,740 บาท ยิ่งวงเงินกู้สูงและระยะเวลานาน ส่วนต่างยิ่งมาก
ปิดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลก่อนกำหนดต้องเสียค่าปรับไหม?
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ธปท. ห้ามสถาบันการเงินเก็บค่าปรับปิดหนี้ก่อนกำหนด (Prepayment Fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ดังนั้นหากมีเงินเหลือ สามารถโปะหนี้หรือปิดยอดก่อนกำหนดได้โดยไม่เสียค่าปรับ แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (Hire Purchase) อยู่นอกเกณฑ์นี้ ต้องตรวจสอบสัญญาเป็นรายกรณี
ธปท. กำหนดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลไว้เท่าไร?
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ เมื่อรวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 25% ต่อปี (คำนวณแบบลดต้นลดดอก) สำหรับสินเชื่อที่ไม่ใช่สินเชื่อทะเบียนรถ ดังนั้นหากพบข้อเสนอที่คิดรวมแล้วเกิน 25% ให้ระวังว่าอาจเป็นสินเชื่อนอกระบบ
โปะหนี้สินเชื่อคุ้มไหม ประหยัดได้จริงเท่าไร?
คุ้มมากสำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยลดต้นลดดอก เพราะเงินที่โปะเพิ่มจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ลดฐานคิดดอกเบี้ยงวดถัด ๆ ไป ตัวอย่าง: กู้ 300,000 บาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อน 5 ปี ค่างวดปกติ 7,617 บาท หากโปะเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท จะปิดหนี้ได้ภายินประมาณ 3 ปี 8 เดือน แทนที่จะเป็น 5 ปี ประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 47,000 บาท ยิ่งเริ่มโปะเร็วยิ่งประหยัดมาก
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในปี 2569 อยู่ที่เท่าไร?
ณ มีนาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในไทยอยู่ที่ประมาณ 2.00-5.60% ต่อปี (Flat Rate) ซึ่งเทียบเท่าดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 3.60-10.00% อัตราจริงขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถ ยอดดาวน์ ระยะเวลาผ่อน และประวัติเครดิตของผู้กู้ รถยนต์มือสองมักมีดอกเบี้ยสูงกว่ารถใหม่ประมาณ 1-3% (Flat Rate)
ค่างวดไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้?
ธปท. แนะนำให้ภาระหนี้ทั้งหมด (ทุกสินเชื่อรวมกัน) ไม่ควรเกิน 60-70% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้เหลือเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตัวอย่าง: หากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ภาระหนี้รวม (ผ่อนบ้าน + ผ่อนรถ + สินเชื่อส่วนบุคคล + บัตรเครดิต) ไม่ควรเกิน 18,000-21,000 บาท เหลือเงินดำรงชีพอย่างน้อย 9,000-12,000 บาท
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับสินเชื่อ
เงินต้น (Principal)
จำนวนเงินที่กู้ยืมจริง ไม่รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เมื่อผ่อนชำระแต่ละงวด เงินต้นจะลดลงจนเหลือศูนย์เมื่อปิดหนี้
ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)
วิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด เมื่อผ่อนไปเรื่อย ๆ เงินต้นลดลง ดอกเบี้ยจึงลดลงตาม เป็นวิธีมาตรฐานของสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านในไทย
ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate)
วิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากยอดเงินกู้เริ่มต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา ไม่ว่าจะผ่อนไปกี่งวดแล้ว ค่างวดเท่ากันทุกเดือน ใช้กับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นหลัก ตัวเลข Flat Rate จะต่ำกว่า Effective Rate เสมอ (ประมาณ 1.8 เท่า)
ตารางผ่อนชำระ (Amortization Schedule)
ตารางแสดงรายละเอียดค่างวดทุกงวดตลอดอายุสัญญา แยกเป็นส่วนที่เป็นเงินต้นและส่วนที่เป็นดอกเบี้ย ช่วยให้เห็นว่าเงินต้นคงเหลือลดลงอย่างไรในแต่ละเดือน
MRR (Minimum Retail Rate)
อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี ที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดเอง ใช้เป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภท เช่น MRR-3% หมายถึง MRR ลบ 3%
DSR (Debt Service Ratio)
สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ คำนวณจากค่างวดหนี้ทั้งหมดหารด้วยรายได้ต่อเดือน ธปท. แนะนำให้ไม่เกิน 60-70% เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายดำรงชีพ
ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (Prepayment Fee)
ค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินบางแห่งเรียกเก็บเมื่อผู้กู้ปิดหนี้ก่อนครบสัญญา ตั้งแต่มกราคม 2567 ธปท. ห้ามเก็บค่าปรับนี้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
