เครื่องคำนวณสินเชื่อบ้าน
คำนวณค่างวดสินเชื่อบ้านรายเดือน ดอกเบี้ยรวม และดูตารางผ่อนชำระทั้งหมด รวมภาษีที่ดิน ประกัน PMI และการวิเคราะห์การชำระเงินพิเศษ
สินเชื่อบ้าน (Mortgage) คืออะไร?
วิธีคำนวณค่างวดผ่อนบ้านรายเดือน
สูตรคำนวณค่างวดผ่อนบ้าน
- = ค่างวดรายเดือน (เฉพาะเงินต้นและดอกเบี้ย)
- = ยอดเงินกู้ (ราคาบ้านหักเงินดาวน์)
- = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปีหารด้วย 12)
- = จำนวนงวดทั้งหมด (ระยะเวลากู้เป็นปี คูณ 12)
ตัวอย่างการคำนวณผ่อนบ้าน
ซื้อทาวน์โฮมราคา 2,500,000 บาท วางดาวน์ 10%
เปรียบเทียบผ่อน 20 ปี vs 30 ปี สำหรับบ้านราคา 4,000,000 บาท
โปะบ้านเดือนละ 3,000 บาท ประหยัดดอกเบี้ยได้เท่าไร?
เคล็ดลับลดดอกเบี้ยและผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้น
- วางเงินดาวน์ให้มากที่สุด ยิ่งวางดาวน์มาก ยอดเงินกู้ยิ่งน้อย ดอกเบี้ยรวมก็ลดลงตามสัดส่วน เงินดาวน์ 20% แทนที่จะเป็น 10% สำหรับบ้าน 3 ล้านบาท ช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 400,000 บาท ตลอด 30 ปี
- โปะบ้านสม่ำเสมอทุกเดือน แม้จะเพิ่มเพียงเดือนละ 2,000-3,000 บาท เงินส่วนเกินจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ฐานคิดดอกเบี้ยลดลง ลดทั้งระยะเวลาผ่อนและดอกเบี้ยรวม
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร ดอกเบี้ยต่างกันเพียง 0.25% สำหรับเงินกู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี อาจแตกต่างกันกว่า 170,000 บาท ขอสินเชื่อจากอย่างน้อย 3-4 ธนาคาร รวมถึง ธอส. และธนาคารออนไลน์
- รีไฟแนนซ์เมื่อดอกเบี้ยหลังโปรสูงกว่าที่ควร โดยทั่วไปควรรีไฟแนนซ์เมื่อลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อย 0.5-1.0% ต่อปี โดยคำนึงถึงค่าจดจำนองใหม่ (1% หรือ 0.01% ตามมาตรการลดหย่อน) และค่าประเมินราคา ธนาคารส่วนใหญ่ไม่คิดค่าปรับหลังผ่อนครบ 3 ปีแรก
- อย่าลืมคำนวณค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (ปกติ 2%) ค่าจดจำนอง (ปกติ 1%) ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมิน และค่าประกัน อาจรวมกันหลายหมื่นถึงแสนบาท ต้องเตรียมสภาพคล่องแยกจากเงินดาวน์
- ตรวจสอบมาตรการลดหย่อนของรัฐก่อนโอน ณ ปี 2569 รัฐบาลลดค่าโอนเหลือ 0.01% และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายวันโอนได้หลายหมื่นบาท
- ตรวจสอบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปี บ้านหลังแรกที่มีชื่อในโฉนดและทะเบียนบ้าน มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี แต่หากมีบ้านหลังที่สองหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการค้า จะต้องเสียภาษีตั้งแต่ 0.02-0.10% ของราคาประเมิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อบ้าน
เงินเดือน 25,000 บาท กู้ซื้อบ้านได้เท่าไร?
ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ค่างวดไม่เกิน 40% ของรายได้ คือไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน หากกู้ดอกเบี้ย 6% ระยะเวลา 30 ปี วงเงินกู้ที่ได้ประมาณ 1,668,000 บาท หากรวมเงินดาวน์ 10% จะซื้อบ้านได้ราคาประมาณ 1,850,000 บาท ทั้งนี้ ธนาคารยังพิจารณาภาระหนี้อื่น ๆ (DSR ไม่เกิน 50%) เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต ซึ่งจะลดวงเงินที่กู้ได้
อัตราดอกเบี้ย MRR MLR MOR คืออะไร ต่างกันอย่างไร?
MRR (Minimum Retail Rate) คืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี ใช้อ้างอิงสำหรับสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น MRR-2.50% หมายความว่าดอกเบี้ยจริงที่จ่ายเท่ากับ MRR ลบ 2.50% MLR (Minimum Lending Rate) คืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี มักใช้กับสินเชื่อขนาดใหญ่ MOR (Minimum Overdraft Rate) ใช้กับบัญชีเบิกเกินบัญชี ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด MRR ต่างกัน ดังนั้นต้องเปรียบเทียบ "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง" (MRR-x%) ไม่ใช่แค่ตัวเลข MRR
ผ่อนบ้าน 3 ล้านบาท 30 ปี จ่ายดอกเบี้ยรวมเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดสัญญา หากดอกเบี้ยเฉลี่ย 6% ต่อปี ค่างวดอยู่ที่ 17,987 บาทต่อเดือน ดอกเบี้ยรวมตลอด 30 ปี เท่ากับ 3,475,320 บาท ซึ่งมากกว่ายอดเงินกู้เดิม หากดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% ดอกเบี้ยรวมจะลดลงเหลือ 2,795,640 บาท ส่วนต่าง 1% ทำให้ดอกเบี้ยรวมต่างกันเกือบ 700,000 บาท
โปะบ้านคืออะไร และควรโปะเมื่อไร?
โปะบ้านคือการชำระเงินเกินค่างวดปกติ เงินส่วนเกินจะนำไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ฐานคิดดอกเบี้ยลดลง ช่วยลดทั้งระยะเวลาผ่อนและดอกเบี้ยรวม ควรเริ่มโปะตั้งแต่ปีแรก ๆ เพราะช่วงต้นสัญญาดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นก้อนใหญ่ การโปะเร็ว 1 บาทมีผลมากกว่าโปะช่วงท้าย ๆ สัญญา วิธีโปะมี 2 แบบ คือโปะเพิ่มทุกเดือน (ได้ผลดีที่สุด) หรือโปะก้อนใหญ่ปีละครั้ง เช่น จากเงินโบนัส
ดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัว เลือกแบบไหนดี?
ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ให้ความแน่นอนของค่างวด เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาว แต่มักสูงกว่าดอกเบี้ยลอยตัวช่วงแรก ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate อ้างอิง MRR) อาจเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีความเสี่ยงที่ค่างวดจะเพิ่มหาก MRR ปรับขึ้น สำหรับตลาดไทย ธนาคารส่วนใหญ่เสนอดอกเบี้ยคงที่ 1-3 ปีแรก หลังจากนั้นเป็นลอยตัว MRR-x% ดังนั้นผู้กู้ควรวางแผนรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยโปรโมชันใหม่
ค่าโอนบ้านและค่าจดจำนอง ต้องจ่ายเท่าไร?
อัตราปกติ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนอง 1% ของยอดเงินกู้ เช่น บ้านราคาประเมิน 3 ล้านบาท กู้ 2.7 ล้านบาท ค่าโอนปกติ 60,000 บาท ค่าจดจำนอง 27,000 บาท แต่ ณ ปี 2569 รัฐบาลลดเหลือ 0.01% ทั้งสองรายการ สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ทำให้ค่าโอนเหลือเพียง 300 บาท และค่าจดจำนอง 270 บาท ประหยัดได้กว่า 86,000 บาท มาตรการนี้ต้องตรวจสอบวันสิ้นสุดกับกรมที่ดินเสมอ
LTV คืออะไร และมีผลกับการกู้ซื้อบ้านอย่างไร?
LTV (Loan-to-Value) คือสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท กู้ได้ 2.7 ล้านบาท LTV = 90% ปกติ ธปท. กำหนด LTV สำหรับบ้านหลังแรก ไม่เกิน 100% บ้านหลังที่สอง ไม่เกิน 80-90% และบ้านหลังที่สามขึ้นไป ไม่เกิน 70% แต่ปัจจุบันมีมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวให้กู้ได้ 100% ทุกสัญญา ทำให้ไม่ต้องวางเงินดาวน์ อย่างไรก็ตาม ควรวางดาวน์อย่างน้อย 10-20% เพื่อลดภาระดอกเบี้ยระยะยาว
รีไฟแนนซ์บ้านคุ้มไหม ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่อลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อย 0.5-1.0% ต่อปี ค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ค่าจดจำนองใหม่ (1% หรือ 0.01% ตามมาตรการลดหย่อน) ค่าประเมินราคา (3,000-5,000 บาท) ค่าอากรแสตมป์ (0.05%) และค่าปรับกรณีปิดก่อน 3 ปี (2-3% ของยอดคงเหลือ) วิธีคำนวณ คือนำดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ต่อเดือน หารค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ทั้งหมด จะได้จุดคุ้มทุน เช่น ประหยัดเดือนละ 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ 50,000 บาท จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 25 เดือน
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับสินเชื่อบ้าน
ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate)
วิธีคิดดอกเบี้ยที่คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือจริง เมื่อผ่อนชำระแต่ละงวด เงินต้นลดลงทำให้ดอกเบี้ยงวดถัดไปลดลงตาม เป็นวิธีมาตรฐานของสินเชื่อบ้านในไทย
MRR (Minimum Retail Rate)
อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี เป็นอัตราอ้างอิงที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนดเอง ใช้เป็นฐานคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน เช่น MRR-2.50% หมายถึง MRR ลบ 2.50%
LTV (Loan-to-Value)
สัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน เช่น LTV 90% หมายความว่าธนาคารปล่อยกู้ 90% ของราคาบ้าน ผู้กู้ต้องวางเงินดาวน์ 10%
ค่าจดจำนอง
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองที่ดินกับกรมที่ดิน ปกติคิด 1% ของยอดเงินกู้ แต่อาจลดลงตามมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล
ค่าโอนกรรมสิทธิ์
ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน ปกติคิด 2% ของราคาประเมิน โดยทั่วไปผู้ซื้อและผู้ขายแบ่งจ่ายกันคนละครึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับข้อตกลง
โปะบ้าน (Extra Payment)
การชำระเงินเกินค่างวดปกติ เงินส่วนเกินจะนำไปตัดเงินต้น ช่วยลดระยะเวลาผ่อนและดอกเบี้ยรวม
ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์ / GHB)
ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่เน้นให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
