เครื่องคำนวณแคลอรี (TDEE และสารอาหารหลัก)
คำนวณความต้องการแคลอรีต่อวันและเป้าหมายสารอาหารหลัก รับเป้าหมายโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการลดน้ำหนัก รักษาน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้ามเนื้อ
ปี
นั่งทำงาน
ออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกเลย งานนั่งโต๊ะเป้าหมายของคุณ
ประเภทอาหาร
%
การระบุเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายช่วยเพิ่มความแม่นยำโดยใช้สูตร Katch-McArdle
แคลอรีต่อวันของคุณ
1,942 kcal/day
รักษาน้ำหนัก (0 กก./สัปดาห์)
TDEE (รักษาน้ำหนัก): 1,942 kcal/day
BMR (ขณะพักผ่อน): 1,618 kcal/day
สูตร: Mifflin-St Jeor (แนะนำ)
การกระจายสารอาหารหลัก
โปรตีน: 146 ก. (30%)
คาร์โบไฮเดรต: 194 ก. (40%)
ไขมัน: 65 ก. (30%)
ปริมาณโปรตีน: 2.1 ก./กก. น้ำหนักตัว
เป้าหมายแคลอรีตามวัตถุประสงค์
| เป้าหมาย | การเปลี่ยนแปลงรายสัปดาห์ | แคลอรีต่อวัน |
|---|---|---|
| ลดน้ำหนัก | -0.5 กก./สัปดาห์ | 1,500 |
| รักษาน้ำหนัก | 0 กก./สัปดาห์ | 1,942 |
| เพิ่มน้ำหนัก | +0.5 กก./สัปดาห์ | 2,442 |
สารอาหารหลักตามเป้าหมาย (สมดุล)
| เป้าหมาย | แคลอรีต่อวัน | โปรตีน (ก.) | คาร์โบไฮเดรต (ก.) | ไขมัน (ก.) |
|---|---|---|---|---|
| ลดน้ำหนัก | 1,500 | 113 | 150 | 50 |
| รักษาน้ำหนัก | 1,942 | 146 | 194 | 65 |
| เพิ่มน้ำหนัก | 2,442 | 183 | 244 | 81 |
ต้องการเปรียบเทียบสูตร BMR และดู TDEE สำหรับทุกระดับกิจกรรมหรือไม่?
เครื่องคำนวณ BMRทราบเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นหรือไม่?
เครื่องคำนวณไขมันในร่างกายเครื่องคำนวณแคลอรี่. TDEE แมคโครโปรตีน คาร์บ ไขมัน ที่ต้องการต่อวัน.
แคลอรี่ต่อวัน คืออะไร? ทำไมต้องคำนวณ TDEE
วิธีคำนวณแคลอรี่ต่อวัน และแบ่งสัดส่วนสารอาหาร
สูตรคำนวณแคลอรี่: Mifflin-St Jeor และ Katch-McArdle
- = พลังงานที่ใช้ทั้งหมดต่อวัน (Total Daily Energy Expenditure) หน่วยเป็นแคลอรี
- = อัตราเผาผลาญขั้นพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate) หน่วยเป็นแคลอรี
- = ตัวคูณกิจกรรม (Activity Factor) ตั้งแต่ 1.2 (นั่งทำงาน) ถึง 1.9 (นักกีฬา)
| ระดับกิจกรรม | ตัวคูณ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| นั่งทำงาน (Sedentary) | 1.2 | พนักงานออฟฟิศ ไม่ออกกำลังกาย |
| ออกกำลังกายเบา (Lightly Active) | 1.375 | เดินเล่น ออกกำลังกาย 1-3 วัน/สัปดาห์ |
| ปานกลาง (Moderately Active) | 1.55 | วิ่ง ว่ายน้ำ 3-5 วัน/สัปดาห์ |
| หนัก (Very Active) | 1.725 | เล่นเวท ออกกำลังหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ |
| หนักมาก (Extra Active) | 1.9 | นักกีฬา ใช้แรงกายตลอดวัน |
ตัวอย่างคำนวณแคลอรี่และสัดส่วนสารอาหาร
ตัวอย่าง: ผู้หญิงอายุ 28 ปี ต้องการลดน้ำหนัก
| สารอาหาร | สัดส่วน | กรัม/วัน | ตัวอย่างอาหารไทย |
|---|---|---|---|
| โปรตีน | 40% | 157 กรัม | อกไก่ย่าง 200 กรัม + ปลานึ่ง + ไข่ต้ม 2 ฟอง + นมไขมันต่ำ |
| คาร์โบไฮเดรต | 35% | 138 กรัม | ข้าวกล้อง 2 ทัพพี/มื้อ + ผลไม้ |
| ไขมัน | 25% | 44 กรัม | น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ + ถั่วอัลมอนด์ 1 กำมือ |
ตัวอย่าง: ผู้ชายอายุ 32 ปี ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ
| สารอาหาร | สัดส่วน | กรัม/วัน | เทียบเท่าอาหาร |
|---|---|---|---|
| โปรตีน | 40% | 336 กรัม | อกไก่ 400 กรัม + ปลา + ไข่ 4 ฟอง + เวย์โปรตีน 2 สคูป |
| คาร์โบไฮเดรต | 35% | 294 กรัม | ข้าว 4 ทัพพี/มื้อ + กล้วย + มันเทศ |
| ไขมัน | 25% | 93 กรัม | อะโวคาโด + ถั่ว + น้ำมันมะกอก |
ตัวอย่าง: เปรียบเทียบ 4 รูปแบบสัดส่วนสารอาหาร
| รูปแบบ | โปรตีน (กรัม) | คาร์บ (กรัม) | ไขมัน (กรัม) | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| สมดุล 30/40/30 | 178 กรัม | 238 กรัม | 79 กรัม | คนทั่วไปที่ต้องการสุขภาพดี |
| Low Carb 40/20/40 | 238 กรัม | 119 กรัม | 106 กรัม | ผู้ที่ต้องการลดไขมันเร็วขึ้น |
| High Protein 40/35/25 | 238 กรัม | 208 กรัม | 66 กรัม | นักเล่นเวท สร้างกล้ามเนื้อ |
| Keto 20/5/75 | 119 กรัม | 30 กรัม | 198 กรัม | ผู้ทำคีโตเจนิคไดเอท |
เคล็ดลับใช้เครื่องคำนวณแคลอรี่อย่างมีประสิทธิภาพ
- ค่า TDEE เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย: สูตรคำนวณ BMR มีความคลาดเคลื่อนประมาณ 10% จากค่าจริง ให้ใช้ค่า TDEE ที่คำนวณได้เป็นจุดเริ่มต้น ทดลองกิน 2 สัปดาห์ แล้วปรับขึ้นหรือลง 100-200 แคลอรีตามผลลัพธ์จริง ถ้าน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลงแสดงว่าค่า TDEE ใกล้เคียงค่าจริง
- อย่าลดแคลอรี่ต่ำกว่าขั้นต่ำที่ปลอดภัย: ผู้หญิงไม่ควรกินต่ำกว่า 1,200 แคลอรี/วัน และผู้ชายไม่ควรกินต่ำกว่า 1,500 แคลอรี/วัน การจำกัดแคลอรีมากเกินไปทำให้ร่างกายลดอัตราเผาผลาญลง (Metabolic Adaptation) สูญเสียกล้ามเนื้อ และเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร
- เลือกรูปแบบสัดส่วนสารอาหารที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์: รูปแบบสมดุล 30/40/30 เหมาะกับคนไทยทั่วไปเพราะยังกินข้าวได้ปกติ รูปแบบ Low Carb หรือ Keto อาจยากสำหรับคนที่กินข้าวทุกมื้อ High Protein เหมาะกับคนออกกำลังกายหนัก การเลือกรูปแบบที่ทำได้ต่อเนื่องสำคัญกว่าการเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดในทางทฤษฎี
- โปรตีนสูงช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่า: โปรตีนมีค่า Thermic Effect สูงที่สุดที่ 15-30% (ร่างกายใช้พลังงาน 15-30% ของแคลอรีจากโปรตีนในการย่อย) ทำให้อิ่มนาน ช่วยรักษากล้ามเนื้อ ควรกินโปรตีน 1.6-2.0 กรัมต่อกก. น้ำหนักตัว อาหารไทยที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ อกไก่ย่าง ปลานึ่ง ไข่ต้ม เต้าหู้ และนมไขมันต่ำ
- คำนวณใหม่ทุก ๆ 5 กก. ที่น้ำหนักเปลี่ยน: เมื่อน้ำหนักลดลง ค่า BMR และ TDEE ก็ลดตามด้วย คนที่ลดน้ำหนักไป 10 กก. จะเผาผลาญน้อยลงประมาณ 100-200 แคลอรี/วัน ทำให้น้ำหนักหยุดลด (Weight Loss Plateau) ต้องคำนวณใหม่และปรับแคลอรี่เป้าหมาย
- ผลลัพธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ: การลดน้ำหนักสัปดาห์ละ 0.3-0.5 กก. ถือว่าดีมาก สัปดาห์ละ 0.5-1 กก. ถือว่าเร็ว การลดมากกว่า 1 กก./สัปดาห์อย่างต่อเนื่องมักหมายความว่าเสียกล้ามเนื้อด้วย สำหรับการเพิ่มกล้ามเนื้อ 0.25 กก./สัปดาห์ถือว่าดีสำหรับผู้ชาย และ 0.1-0.15 กก./สัปดาห์สำหรับผู้หญิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณแคลอรี่
กินกี่แคลอรี่ต่อวันถึงจะลดน้ำหนักได้?
ในการลดน้ำหนัก ให้ลดแคลอรี่ลง 300-500 แคลอรีจากค่า TDEE ตัวอย่างเช่น ถ้า TDEE อยู่ที่ 2,000 แคลอรี ให้กิน 1,500-1,700 แคลอรี/วัน จะลดน้ำหนักได้ประมาณสัปดาห์ละ 0.3-0.5 กก. สิ่งสำคัญคืออย่ากินต่ำกว่า 1,200 แคลอรีสำหรับผู้หญิง หรือ 1,500 แคลอรีสำหรับผู้ชาย เพราะจะทำให้ขาดสารอาหารและเกิด Metabolic Adaptation
TDEE กับ BMR ต่างกันอย่างไร?
BMR คือแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญขณะนอนนิ่ง ๆ เพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะ ส่วน TDEE คือแคลอรี่ทั้งหมดรวมกิจกรรมตลอดวัน TDEE = BMR x ตัวคูณกิจกรรม ดังนั้น TDEE จะสูงกว่า BMR เสมอ 20-90% ขึ้นอยู่กับระดับกิจกรรม ควรใช้ TDEE ในการวางแผนอาหาร ไม่ใช่ BMR
สูตร Mifflin-St Jeor กับ Katch-McArdle สูตรไหนดีกว่า?
สูตร Mifflin-St Jeor เหมาะกับคนทั่วไปที่ไม่ทราบเปอร์เซ็นต์ไขมัน เป็นสูตรที่แม่นยำที่สุดตาม American Dietetic Association (คลาดเคลื่อนภายใน 10%) สูตร Katch-McArdle เหมาะกับนักกีฬาหรือผู้ที่วัดเปอร์เซ็นต์ไขมันได้ เพราะใช้มวลกล้ามเนื้อจริงในการคำนวณจึงแม่นยำกว่าสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อมาก
สัดส่วนสารอาหาร 30/40/30 กับ Keto 20/5/75 อะไรดีกว่า?
ไม่มีสัดส่วนใดดีที่สุดสำหรับทุกคน สัดส่วนสมดุล 30/40/30 (โปรตีน/คาร์บ/ไขมัน) เหมาะกับคนไทยทั่วไปเพราะยังกินข้าวได้ปกติและทำได้ยั่งยืน Keto 20/5/75 มีคาร์บเพียงประมาณ 25-50 กรัม/วัน ซึ่งยากสำหรับคนที่กินอาหารไทย (ข้าว 1 ทัพพี มีคาร์บประมาณ 15 กรัม) แต่มีงานวิจัยว่าช่วยลดน้ำหนักเร็วในระยะสั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเลือกรูปแบบที่ทำได้ต่อเนื่อง
เครื่องคำนวณแคลอรี่นี้แม่นยำแค่ไหน?
เครื่องคำนวณนี้ใช้สูตร Mifflin-St Jeor ซึ่ง American Dietetic Association แนะนำว่าแม่นยำภายใน 10% ของค่า BMR ที่วัดจริง สำหรับคนส่วนใหญ่ค่าที่คำนวณได้จะคลาดเคลื่อนไม่เกิน 150-200 แคลอรี/วัน ให้ใช้ค่าที่ได้เป็นจุดเริ่มต้นแล้วปรับตามผลลัพธ์จริงใน 2-3 สัปดาห์
คีโตเจนิคไดเอท (Keto) คำนวณแคลอรี่อย่างไร?
การคำนวณแคลอรี่สำหรับคีโตเหมือนกับวิธีปกติ คือหาค่า TDEE แล้วปรับตามเป้าหมาย สิ่งที่ต่างคือสัดส่วนสารอาหาร คีโตใช้สัดส่วนไขมัน 70-80% โปรตีน 15-25% คาร์บ 5% (ประมาณ 20-50 กรัม/วัน) ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายคือ 1,800 แคลอรี/วัน จะได้ไขมัน 150 กรัม โปรตีน 90 กรัม คาร์บ 23 กรัม ควรเลือกเครื่องคำนวณที่มีโหมด Keto เพื่อคำนวณสัดส่วนให้ถูกต้อง
ผู้หญิงกับผู้ชาย ค่า TDEE ต่างกันเท่าไหร่?
ผู้ชายมีค่า TDEE สูงกว่าผู้หญิงเฉลี่ย 300-600 แคลอรี/วัน ที่ระดับกิจกรรมเดียวกัน สาเหตุหลักคือผู้ชายมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าและร่างกายใหญ่กว่า ในสูตร Mifflin-St Jeor ค่าคงที่ของผู้ชายคือ +5 ส่วนผู้หญิงคือ -161 ทำให้ BMR ของผู้ชายสูงกว่าประมาณ 166 แคลอรี แม้น้ำหนัก สูง และอายุเท่ากัน
โปรตีนกี่กรัมต่อวันถึงจะเพียงพอ?
ปริมาณโปรตีนที่แนะนำขึ้นอยู่กับเป้าหมาย: คนทั่วไปควรกิน 0.8-1.0 กรัม/กก. น้ำหนักตัว/วัน ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอควรกิน 1.2-1.6 กรัม/กก. นักเล่นเวทหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อควรกิน 1.6-2.2 กรัม/กก. ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักควรกินโปรตีนสูงถึง 2.0 กรัม/กก. เพื่อรักษากล้ามเนื้อ ตัวอย่างเช่น ผู้ชายหนัก 70 กก. ที่เล่นเวท ควรกินโปรตีน 112-154 กรัม/วัน
คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับแคลอรี่และสารอาหาร
TDEE (Total Daily Energy Expenditure)
พลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน รวมถึง BMR กิจกรรมทางกาย และพลังงานที่ใช้ย่อยอาหาร คำนวณโดยนำ BMR คูณค่ากิจกรรม (1.2-1.9) เป็นค่าหลักในการวางแผนอาหารสำหรับลดน้ำหนัก รักษาน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนัก
BMR (Basal Metabolic Rate)
อัตราเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐาน คือแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญขณะอยู่นิ่งสนิทเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด สมอง คิดเป็นประมาณ 60-70% ของ TDEE
แมคโคร (Macronutrients)
สารอาหารหลัก 3 ชนิดที่ร่างกายต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ โปรตีน (4 แคลอรี/กรัม) คาร์โบไฮเดรต (4 แคลอรี/กรัม) และไขมัน (9 แคลอรี/กรัม) การแบ่งสัดส่วนที่ถูกต้องมีผลต่อการลดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อ
Calorie Deficit (การขาดดุลแคลอรี)
สภาวะที่กินแคลอรี่น้อยกว่า TDEE ทำให้ร่างกายต้องดึงพลังงานสะสม (ส่วนใหญ่คือไขมัน) มาใช้ การขาดดุล 500 แคลอรี/วัน ทำให้ลดน้ำหนักได้ประมาณสัปดาห์ละ 0.5 กก.
Calorie Surplus (การเกินดุลแคลอรี)
สภาวะที่กินแคลอรี่มากกว่า TDEE ทำให้ร่างกายมีพลังงานเหลือสำหรับสร้างเนื้อเยื่อใหม่ จำเป็นสำหรับการเพิ่มน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปแนะนำให้เกินดุล 250-500 แคลอรี/วัน
Thermic Effect of Food (TEF)
พลังงานที่ร่างกายใช้ในการย่อยและดูดซึมอาหาร คิดเป็นประมาณ 10% ของ TDEE โปรตีนใช้พลังงานย่อยมากที่สุด (15-30%) ไขมันใช้น้อยที่สุด (0-3%) คาร์โบไฮเดรตอยู่กลาง ๆ (5-10%)
สูตร Mifflin-St Jeor
สูตรประเมินค่า BMR ที่ได้รับการยอมรับจาก American Dietetic Association ว่าแม่นยำที่สุดสำหรับคนทั่วไป ใช้น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศในการคำนวณ มีความคลาดเคลื่อนภายใน 10% ของค่าจริง
แหล่งที่มาและเอกสารอ้างอิง
- Mifflin และคณะ (1990) — สมการทำนายใหม่สำหรับการใช้พลังงานขณะพักในบุคคลสุขภาพดี. American Journal of Clinical Nutrition 51(2):241-247
- Frankenfield, Roth-Yousey และ Compher (2005) — การเปรียบเทียบสมการทำนายอัตราการเผาผลาญขณะพักในผู้ใหญ่สุขภาพดี: การทบทวนอย่างเป็นระบบ. Journal of the American Dietetic Association 105(5):775-789
- USDA และ HHS — แนวทางโภชนาการสำหรับชาวอเมริกัน 2020-2025 (ภาคผนวก 2: ความต้องการแคลอรีต่อวันโดยประมาณตามอายุ เพศ และระดับกิจกรรม)
- NHS — ทำความเข้าใจแคลอรี: ความต้องการแคลอรีต่อวันและคำแนะนำเรื่องสมดุลพลังงาน
เนื้อหาตรวจสอบโดยทีม Smart Calculators