❧ วางแผนปลูกพืช vanilla 1.6 Stardew Valley 1.6.15 · อัปเดต 1 มิถุนายน ค.ศ. 2026
Gold ต่อวันและกำไรทั้งฤดูของพืชทุกชนิด
เมื่อไร ฤดู ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว เรือนกระจก
วันที่ของฤดูตอนนี้ วัน
วันที่ 1–28 พืชจะถูกจัดอันดับตามจำนวนวันที่เหลือในฤดู (วันที่ 28 = วันสุดท้าย)
วิธีปลูกของคุณ เลเวล Farming 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
0–10 เลเวลสูงขึ้นทำให้คุณภาพพืชดีขึ้น ใช้คุณภาพเฉลี่ยตลอดฤดู ไม่ใช่กรณีที่ดีที่สุด
ปุ๋ย ไม่ใส่ ปุ๋ยพื้นฐาน ปุ๋ยคุณภาพ ปุ๋ยดีลักซ์ Speed-Gro Deluxe Speed-Gro Hyper Speed-Gro
ปุ๋ยหนึ่งชนิดต่อหนึ่งช่อง ปุ๋ยคุณภาพเพิ่มคุณภาพ ส่วนกลุ่ม Speed-Gro ลดเวลาโต ใช้สองอย่างพร้อมกันไม่ได้
วิธีขายของคุณ ขายเป็น ขายสด Keg (wine / juice / ale) Preserves Jar (jam / pickles) ดีที่สุดต่อพืช
Keg และ Preserves Jar เปลี่ยนผลผลิตเป็นสินค้าที่ราคาสูงขึ้น “ดีที่สุดต่อพืช” จะเลือกตัวเลือกที่ได้กำไรสูงสุดให้พืชแต่ละชนิดอัตโนมัติ
ขั้นสูง (เปิด Artisan, เมล็ดจาก Pierre) กำไรสูงสุด: Starfruit
44.6 g/วัน · รวม 1,160 g
ขายเป็น ขายสด
ฤดูหนาวไม่มีพืชที่ปลูกกลางแจ้งได้ ใช้เรือนกระจก หรือปลูก Winter Seeds (ได้จากการหาของ ไม่ได้คำนวณที่นี่)
พืช Gold/วัน กำไรรวม จำนวนครั้งที่เก็บเกี่ยว วันถึงเก็บเกี่ยวครั้งแรก ขายเป็น Starfruit Oasis 44.6 g 1,160 g 2 13วัน ขายสด Red Cabbage Y2+ 26.6 g 719 g 3 9วัน ขายสด Blueberry 25.1 g 704 g 4 13วัน ขายสด Melon 20.6 g 493 g 2 12วัน ขายสด Hops 17.7 g 495 g 17 11วัน ขายสด Hot Pepper 13.5 g 378 g 8 5วัน ขายสด Radish 12.9 g 310 g 4 6วัน ขายสด Tomato 12.2 g 342 g 5 11วัน ขายสด Poppy 11.8 g 249 g 3 7วัน ขายสด Summer Spangle 8.5 g 203 g 3 8วัน ขายสด Wheat 5.7 g 136 g 6 4วัน ขายสด Corn 4 g 111 g 4 14วัน ขายสด Sunflower -11.9 g -286 g 3 8วัน ขายสด Coffee Bean -64.1 g -1,794 g 9 10วัน ขายสด Ancient Fruit หายาก — 0 g 0 — ขายสด
แตะที่พืชเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด
พืชที่ดีที่สุดแต่ละฤดู (สรุปย่อ)
ฤดู พืช ขายเป็น Gold/วัน ฤดูใบไม้ผลิ Strawberry Wine 86.4 g/วัน ฤดูใบไม้ผลิ Rhubarb Wine 63.4 g/วัน ฤดูใบไม้ผลิ Potato Pickles 52.9 g/วัน ฤดูร้อน Hops Pale Ale 252.9 g/วัน ฤดูร้อน Starfruit Wine 211.5 g/วัน ฤดูร้อน Blueberry Wine 87.1 g/วัน ฤดูใบไม้ร่วง Sweet Gem Berry ขายสด 121.7 g/วัน ฤดูใบไม้ร่วง Cranberries Wine 103.9 g/วัน ฤดูใบไม้ร่วง Grape Wine 69.9 g/วัน เรือนกระจก / ทั้งปี Hops Pale Ale 267.9 g/วัน เรือนกระจก / ทั้งปี Starfruit Wine 211.5 g/วัน เรือนกระจก / ทั้งปี Sweet Gem Berry ขายสด 121.7 g/วัน
พืชที่ทำ gold/วัน ได้สูงสุดที่ Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย เปิด Tiller + Artisan เส้นทางดีที่สุด เมล็ดจาก Pierre ปลูกวันที่ 1 ใช้เครื่องคำนวณด้านบนกับการตั้งค่าของคุณเองเพื่อให้ตรงกว่านี้
ข้อมูลพืช Stardew Valley (1.6)
พืช ฤดู เมล็ด (Pierre) ราคาขายพื้นฐาน เวลาโต (วัน) งอกใหม่ (วัน) ผลผลิต แปรรูปเป็น Parsnip ฤดูใบไม้ผลิ 20 35 4 — 1 Juice Green Bean ฤดูใบไม้ผลิ 60 40 10 3 1 Juice Cauliflower ฤดูใบไม้ผลิ 80 175 12 — 1 Juice Potato ฤดูใบไม้ผลิ 50 80 6 — 1.25 Juice Kale ฤดูใบไม้ผลิ 70 110 6 — 1 Juice Garlic ฤดูใบไม้ผลิ 40 60 4 — 1 Juice Rhubarb ฤดูใบไม้ผลิ 100 220 13 — 1 Wine Strawberry ฤดูใบไม้ผลิ 100 120 8 4 1 Wine Tulip ฤดูใบไม้ผลิ 20 30 6 — 1 ขายสดเท่านั้น Blue Jazz ฤดูใบไม้ผลิ 30 50 7 — 1 ขายสดเท่านั้น Coffee Bean ใบไม้ผลิ / ร้อน 2,500 15 10 2 4 ขายสดเท่านั้น Blueberry ฤดูร้อน 80 50 13 4 3 Wine Melon ฤดูร้อน 80 250 12 — 1 Wine Hops ฤดูร้อน 60 25 11 1 1 Pale Ale Hot Pepper ฤดูร้อน 40 40 5 3 1 Wine Tomato ฤดูร้อน 50 60 11 4 1 Wine Radish ฤดูร้อน 40 90 6 — 1 Juice Red Cabbage ฤดูร้อน 100 260 9 — 1 Juice Starfruit ฤดูร้อน 400 750 13 — 1 Wine Poppy ฤดูร้อน 100 140 7 — 1 ขายสดเท่านั้น Summer Spangle ฤดูร้อน 50 90 8 — 1 ขายสดเท่านั้น Sunflower ร้อน / ใบไม้ร่วง 200 80 8 — 1 ขายสดเท่านั้น Wheat ร้อน / ใบไม้ร่วง 10 25 4 — 1 ขายสดเท่านั้น Corn ร้อน / ใบไม้ร่วง 150 50 14 4 1 Juice Amaranth ฤดูใบไม้ร่วง 70 150 7 — 1 Juice Grape ฤดูใบไม้ร่วง 60 80 10 3 1 Wine Yam ฤดูใบไม้ร่วง 60 160 10 — 1 Juice Beet ฤดูใบไม้ร่วง 20 100 6 — 1 Juice Eggplant ฤดูใบไม้ร่วง 20 60 5 5 1 Juice Bok Choy ฤดูใบไม้ร่วง 50 80 4 — 1 Juice Artichoke ฤดูใบไม้ร่วง 30 160 8 — 1 Juice Cranberries ฤดูใบไม้ร่วง 240 75 7 5 2 Wine Pumpkin ฤดูใบไม้ร่วง 100 320 13 — 1 Juice Fairy Rose ฤดูใบไม้ร่วง 200 290 12 — 1 ขายสดเท่านั้น Sweet Gem Berry ฤดูใบไม้ร่วง 1,000 3,000 24 — 1 ขายสดเท่านั้น Ancient Fruit ใบไม้ผลิ / ร้อน / ใบไม้ร่วง — 550 28 7 1 Wine
ราคาขายพื้นฐาน (คุณภาพปกติ) ราคาเมล็ดที่ Pierre จำนวนวันที่โตและงอกใหม่ ผลผลิตที่คาดไว้ และสิ่งที่พืชแต่ละชนิดแปรรูปได้ ราคาต่อหน่วย
สมมติว่าคุณมี Keg และ Preserves Jar พอจะแปรรูปผลผลิตทุกรอบ และซื้อเมล็ดทั้งหมด ไม่ได้คำนวณ giant crop และ Seed Maker
เรือนกระจกใช้ช่วง 28 วัน เพื่อให้ gold/วัน เทียบกับฤดูปกติได้ ในเรือนกระจก พืชที่งอกใหม่จะออกผลต่อเนื่องทั้งปี
ข้อมูลพืชจาก Stardew Valley Wiki (CC BY-NC-SA 3.0) เกม © ConcernedApe
แชร์ อัปเดตเมื่อ: 9 ตุลาคม 2569 เครื่องคำนวณพืช Stardew Valley: พืชไหนได้ Gold/วันสูงสุดในฤดูที่คุณเลือก เครื่องคำนวณนี้จัดอันดับพืช Stardew Valley ที่ปลูกได้ในฤดูที่คุณเลือก ตาม Gold ต่อวันและกำไรรวมหลังหักค่าเมล็ด. ใส่วันที่ของฤดู เลเวล Farming ปุ๋ย อาชีพ และวิธีขาย แล้วเทียบได้ว่าพืชแต่ละชนิดควรขายสด เข้า Keg หรือเข้า Preserves Jar ก่อนคุณลงเมล็ด
Gold/วันในเครื่องคำนวณพืช Stardew Valley คืออะไร Gold/วันคือกำไรของพืชหนึ่งช่องปลูกหารด้วยจำนวนวันที่พืชนั้นใช้ช่องในฤดู เครื่องคำนวณพืช Stardew Valley นี้คิดกำไรจากรายได้ทั้งฤดู ลบค่าเมล็ด แล้วลบค่าปุ๋ยอีกครั้งเมื่อคุณเปิด «หักค่าปุ๋ย» จากนั้นเรียงพืชที่ปลูกได้ในฤดูที่เลือกในตาราง «ผลลัพธ์» จาก Gold/วันมากไปน้อย ถ้าดูแค่ราคาขายต่อชิ้น คุณอาจเลือกพืชผิด Starfruit มีราคาฐาน 750 g และโตรอบละ 13 วัน ขณะที่ Hops มีราคาฐาน 25 g แต่หลังโตครบ 11 วันเก็บได้ทุกวัน สองพืชนี้จึงสลับอันดับกันตามวิธีขาย
เครื่องคำนวณใช้กติกาสองข้อในการนับ ข้อแรก พืชที่ไม่งอกใหม่ต้องซื้อเมล็ดใหม่ทุกครั้งที่ปลูก Starfruit ที่ลงวันที่ 1 ฤดูร้อนเก็บได้สองครั้ง ค่าเมล็ดจึงเป็น 800 g (2 × 400 g) ส่วนพืชที่งอกใหม่ซื้อเมล็ดครั้งเดียว Hops จ่าย 60 g แล้วเก็บได้ 17 ครั้ง ข้อที่สอง กลางแจ้งนับเฉพาะรอบที่สุกภายในวันที่ 28 เกมไม่นับวันที่ลงเมล็ดเป็นวันโต พืชที่โต N วันซึ่งลงวันที่ d จึงสุกวันที่ d + N Starfruit ที่ลงวันที่ 1 สุกวันที่ 14 ลงซ้ำวันนั้นแล้วสุกอีกครั้งวันที่ 27 รอบที่สามต้องรอถึงวันที่ 40 ซึ่งเลยฤดูไปแล้ว
ตอนเปิดหน้า ฟอร์มตั้งไว้ที่ฤดูร้อน วันที่ 1 เลเวล Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย «ขายเป็น» ขายสด และเปิดอาชีพ Tiller กับ Artisan การ์ดผลลัพธ์จึงขึ้น «กำไรสูงสุด: Starfruit» พร้อม «44.6 g/วัน · รวม 1,160 g» เมื่อเปลี่ยน «ขายเป็น» เป็น «ดีที่สุดต่อพืช» การ์ดย้ายไปที่ Hops 252.9 g/วันในรูป Pale Ale การ์ดใบนี้คือพืชที่ดีที่สุดสำหรับค่าที่อยู่ในฟอร์มตอนนั้น ทุกครั้งที่คุณแก้ฤดู วันที่ อาชีพ หรือวิธีขาย การ์ดและตาราง «ผลลัพธ์» จะคำนวณใหม่ ส่วนตาราง «พืชที่ดีที่สุดแต่ละฤดู (สรุปย่อ)» ที่อยู่ถัดลงไปล็อกค่าไว้ที่ Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย Tiller + Artisan เส้นทางดีที่สุด เมล็ดจาก Pierre และปลูกวันที่ 1
ชื่อพืช เครื่องแปรรูป สินค้า อาชีพ และร้านค้าในตารางสะกดเป็นภาษาอังกฤษตามเกม (ยกเว้น Jam ซึ่งในเกมชื่อ Jelly) เพราะ Stardew Valley ไม่มีภาษาไทยในตัวเกม ส่วนคำอธิบายของเครื่องคำนวณเป็นภาษาไทย ราคาฐาน วันโต และวันงอกใหม่ของพืชแต่ละชนิดอ้างอิงจาก Stardew Valley Wiki เวอร์ชัน 1.6 และดูครบได้ในตาราง «ข้อมูลพืช Stardew Valley (1.6)» ใต้ตารางสรุปย่อ
วันที่ 1 ฤดูร้อนปีสอง มี Keg แล้ว: ลง Starfruit หรือ Hops เช้าวันที่ 1 ฤดูร้อนในปีที่สอง แบมมีเลเวล Farming 10 เลือกอาชีพ Tiller ตอนเลเวล 5 และ Artisan ตอนเลเวล 10 ในโรงนามี Keg ที่คราฟต์ไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ และเธอเพิ่งกลับจาก Oasis พร้อมเมล็ด Starfruit เธอยังไม่แน่ใจว่าแปลงหน้าบ้านควรลง Starfruit ทั้งหมด หรือแบ่งที่ให้ Hops จากร้าน Pierre
1. เปิดหน้ามา ฟอร์มตรงกับฟาร์มของแบมอยู่แล้ว «ฤดู» เป็นฤดูร้อน «วันที่ของฤดูตอนนี้» เป็น 1 «เลเวล Farming» เป็น 10 «ปุ๋ย» เป็น «ไม่ใส่» อาชีพ Tiller เปิดอยู่ และแถบ «ขั้นสูง (เปิด Artisan, เมล็ดจาก Pierre)» บอกว่า Artisan เปิดไว้ การ์ดขึ้น «กำไรสูงสุด: Starfruit» กับ «44.6 g/วัน · รวม 1,160 g» และ «ขายเป็น ขายสด»
2. แตะแถว Starfruit ในตาราง «ผลลัพธ์» แถวจะกางรายละเอียดออกมา «รายได้ (ทั้งฤดู)» 1,960 g «ค่าเมล็ด» 800 g «มูลค่าต่อหน่วยที่ขาย» 980 g และ «ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย» ×1.19 ค่าเมล็ด 800 g คือเมล็ดสองเม็ด เม็ดละ 400 g เพราะลงวันที่ 1 ได้เก็บวันที่ 14 แล้วลงซ้ำได้เก็บอีกครั้งวันที่ 27 กำไร 1,960 − 800 = 1,160 g หารด้วย 26 วันที่ช่องนี้ถูกใช้ ได้ 44.6 g/วัน
3. เปลี่ยน «ขายเป็น» เป็น «ดีที่สุดต่อพืช» การ์ดเปลี่ยนเป็น «กำไรสูงสุด: Hops» «252.9 g/วัน · รวม 7,080 g» และ «ขายเป็น Pale Ale» ใต้ชื่อพืชทุกแถวมีป้ายเล็กบอกเส้นทางที่ถูกเลือก เช่น ale ใต้ Hops และ wine ใต้ Starfruit
4. แตะแถว Hops รายละเอียดขึ้น «รายได้ (ทั้งฤดู)» 7,140 g «ค่าเมล็ด» 60 g และ «มูลค่าต่อหน่วยที่ขาย» 420 g ส่วน «ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย» ขึ้นว่า «ไม่มี» เพราะราคา Pale Ale ไม่ขึ้นกับคุณภาพ Hops โต 11 วัน สุกวันที่ 12 แล้วเก็บได้ทุกวันถึงวันที่ 28 รวม 17 ครั้ง 17 × 420 = 7,140 g ลบเมล็ดเม็ดเดียว 60 g เหลือ 7,080 g หาร 28 วันได้ 252.9 g/วัน แถว Starfruit ตอนนี้เป็น Wine 211.5 g/วัน คือ 2 ขวด ขวดละ 3,150 g รวม 6,300 g ลบเมล็ด 800 g เหลือ 5,500 g ใน 26 วัน
5. แบมเทียบสองแถวนี้เพื่อนับ Keg ที่ต้องใช้ด้วย Hops ต้นเดียวส่งผลเข้า Keg 17 ครั้งต่อฤดู ส่วน Starfruit หนึ่งช่องส่งแค่ 2 ผล เครื่องคำนวณสมมติว่ามี Keg พอสำหรับทุกผล ถ้า Keg ในโรงนารับ Hops ไม่ทัน ผลที่เหลือต้องรอคิว และเงินที่ได้ในฤดูจะต่ำกว่า 252.9 g/วัน แบมจึงลง Hops เท่าที่ Keg รับไหว แล้วใช้ช่องที่เหลือปลูก Starfruit ซึ่งยังได้ 211.5 g/วันโดยใช้ Keg แค่สองรอบต่อช่อง
ตัวอย่างจากตารางผลลัพธ์ ฤดูต่อฤดู ฤดูร้อนวันที่ 1: ขายสด เข้า Keg หรือดีที่สุดต่อพืช ตารางนี้คือ Gold/วันของพืชฤดูร้อนแปดชนิดเมื่อลงวันที่ 1 ที่ค่าเริ่มต้น (Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย เปิด Tiller และ Artisan เมล็ดจาก Pierre) โดยเปลี่ยนแค่ช่อง «ขายเป็น»
พืช ขายสด Keg (wine / juice / ale) ดีที่สุดต่อพืช Hops 17.7 g 252.9 g (Pale Ale) 252.9 g (Pale Ale) Starfruit 44.6 g 211.5 g (Wine) 211.5 g (Wine) Blueberry 25.1 g 87.1 g (Wine) 87.1 g (Wine) Melon 20.6 g 80.8 g (Wine) 80.8 g (Wine) Red Cabbage 26.6 g 79.9 g (Juice) 79.9 g (Juice) Hot Pepper 13.5 g 46.6 g (Wine) 50.6 g (Jam) Tomato 12.2 g 43.2 g (Wine) 43.2 g (Wine) Radish 12.9 g 40.6 g (Juice) 47 g (Pickles)
ขายสดกับเข้า Keg ให้อันดับคนละแบบ Starfruit นำตอนขายสด และ Hops ขึ้นไปนำห่างเมื่อทำ Pale Ale เพราะ Hops ที่ขายสดได้ผลละราว 33 g ถูกแปลงเป็นขวดละ 420 g เกือบ 13 เท่า ส่วน Starfruit เข้า Keg ได้ 3,150 g จากผลที่ขายสดได้ 980 g ราว 3.2 เท่า แถว Hot Pepper กับ Radish คือจุดที่ «ดีที่สุดต่อพืช» เลือก Preserves Jar แทน Keg เพราะ Hot Pepper เป็นผลไม้ราคาฐาน 40 g และ Radish เป็นผักราคาฐาน 90 g ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มของ Keg ทั้งคู่ Sunflower (กำไรรวม −286 g) กับ Coffee Bean (−1,794 g) ติดลบทุกเส้นทาง เพราะเครื่องคำนวณให้ทั้งสองขายสดได้อย่างเดียว และนับเมล็ดที่ซื้อทุกเม็ด โดย Coffee Bean คิดเมล็ดละ 2,500 g
Strawberry ฤดูใบไม้ผลิ: ลงวันที่ 1 กับวันที่ 13 ห่างกันเท่าไร Pierre ขายเมล็ด Strawberry ที่ซุ้มในงาน Egg Festival วันที่ 13 ฤดูใบไม้ผลิ เม็ดละ 100 g และตั้งแต่ 1.6 ร้านในงาน Desert Festival ก็มีเมล็ดนี้ ถ้าซื้อที่ Egg Festival แล้วลงทันที เลือก «ฤดูใบไม้ผลิ» และใส่ 13 ในช่อง «วันที่ของฤดูตอนนี้» Strawberry จะได้ 2 ครั้ง สุกวันที่ 21 และ 25 ได้ 13.4 g/วัน กำไรรวม 214 g คือรายได้ 314 g ลบเมล็ด 100 g ใน 16 วันที่ช่องถูกใช้
ถ้าคุณตุนเมล็ดจากงานปีก่อนไว้แล้วลงวันที่ 1 ตัวเลขเปลี่ยนเป็น 5 ครั้ง (วันที่ 9, 13, 17, 21 และ 25) 24.4 g/วัน และกำไรรวม 684 g ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของพืชขายสดฤดูใบไม้ผลิ ถัดลงมาคือ Rhubarb 14.4 (ป้าย Oasis) Potato 13.4 Cauliflower 12.4 และ Kale 12.3 g/วัน เมื่อเปลี่ยนเป็น «ดีที่สุดต่อพืช» Strawberry ทำ Wine ได้ 86.4 g/วัน กำไรรวม 2,420 g ส่วน Potato และ Kale เข้า Preserves Jar เป็น Pickles ได้ 52.9 และ 51.3 g/วัน
สองวันที่ต่างกัน 3 รอบเก็บเกี่ยว และกำไรขายสดต่างกันระหว่าง 684 g กับ 214 g ในฤดูเดียวกัน ถ้าเงินพอ ซื้อเมล็ดที่ Egg Festival เผื่อไว้ลงวันที่ 1 ของปีถัดไปด้วย เมล็ดชุดนั้นจะได้ 5 รอบแทน 2 รอบ
ฤดูใบไม้ร่วง: Sweet Gem Berry เทียบกับ Cranberries ที่ทำ Wine เลือก «ฤดูใบไม้ร่วง» และ «ดีที่สุดต่อพืช» การ์ดขึ้น Sweet Gem Berry 121.7 g/วัน และแถวถัดไปในตารางคือ Cranberries ที่ทำ Wine 103.9 g/วัน แต่คอลัมน์ «กำไรรวม» ของสองแถวนี้แทบเท่ากัน
ลงวันที่ 1 Sweet Gem Berry (ขายสด) Cranberries (Wine) จำนวนครั้งที่เก็บเกี่ยว 1 5 รายได้ (ทั้งฤดู) 3,920 g 3,150 g ค่าเมล็ด 1,000 g 240 g กำไรรวม 2,920 g 2,910 g Gold/วัน 121.7 g 103.9 g
Sweet Gem Berry ได้ Gold/วันสูงกว่าเพราะหารด้วย 24 วันโต และวันที่ 25 ถึง 28 ไม่ถูกนับ แต่พืชฤดูใบไม้ร่วงที่เร็วที่สุดในตาราง (Bok Choy และ Wheat) ใช้ 4 วัน ลงวันที่ 25 จะสุกวันที่ 29 สี่วันนั้นจึงปลูกอะไรต่อไม่ได้ เงินทั้งฤดูจากช่องเดียวของสองพืชนี้ต่างกันแค่ 10 g เลือกตามของที่คุณมีอยู่ Sweet Gem Berry ต้องใช้ Rare Seed (ป้าย หายาก) และขายสดได้อย่างเดียว ส่วน Cranberries ซื้อเมล็ดที่ Pierre ได้ แต่ 5 รอบ รอบละ 2 ลูก ต้องเข้า Keg 10 ครั้ง ถ้า Keg ไม่พอ Cranberries ขายสดได้ 26.4 g/วัน
Pumpkin เป็นผักราคาฐาน 320 g เกินจุด 200 g ที่ Juice เริ่มชนะ Pickles จึงทำ Juice ได้ 69.8 g/วัน (1,008 g ต่อหน่วย) และเข้า Preserves Jar เป็น Pickles ได้ 66.6 g/วัน (966 g ต่อหน่วย) ส่วน Grape ทำ Wine ได้ 69.9 g/วัน
ลงกลางฤดูร้อน: วันที่ 15, 21 และ 22 ใส่วันของฤดูที่คุณอยู่ในช่อง «วันที่ของฤดูตอนนี้» แล้วตารางจะนับเฉพาะรอบที่สุกทันวันที่ 28 ตัวอย่างนี้ใช้ฤดูร้อนและ «ขายเป็น» ขายสด
วันที่ 15 Starfruit ยังอยู่บนการ์ดที่ 44.6 g/วัน เพราะลงวันที่ 15 สุกวันที่ 28 พอดี แต่ได้ครั้งเดียว กำไรรวมจึงเหลือ 580 g (980 − 400) Red Cabbage กับ Melon ได้คนละครั้ง กำไร 240 และ 247 g Radish ได้ 2 ครั้ง 155 g ส่วน Blueberry ตกไปที่ 8.3 g/วัน เพราะเก็บได้ครั้งเดียวแต่ครองช่อง 14 วัน
วันที่ 21 การ์ดย้ายไปที่ Radish 12.9 g/วัน กำไร 78 g ถ้าแตะหัวคอลัมน์ «กำไรรวม» Poppy จะขึ้นบนสุดที่ 83 g (11.8 g/วัน) เพราะโต 7 วันและสุกวันที่ 28 พอดี Blueberry, Melon และ Hops ขึ้น «—» ในคอลัมน์ Gold/วัน
วันที่ 22 Poppy ไม่มีผลแล้วเพราะจะสุกวันที่ 29 แถวที่ยังเก็บได้เหลือ Radish 12.9, Wheat 5.7 และ Hot Pepper 1.8 g/วัน
เครื่องหมาย «—» หมายถึงเครื่องคำนวณไม่นับผลในฤดูนี้ ในเกม Corn กับ Sunflower ที่ลงปลายฤดูร้อนไม่เหี่ยวตอนขึ้นฤดูใบไม้ร่วง เพราะทั้งสองปลูกได้ในฤดูใบไม้ร่วงด้วย จึงโตต่อและเก็บได้ในฤดูถัดไป ส่วน Blueberry, Melon และ Hops เป็นพืชฤดูร้อนอย่างเดียว ต้นที่ยังไม่สุกจะเหี่ยวในวันที่ 1 ของฤดูใบไม้ร่วง
เลเวล Farming ปุ๋ย และร้านเมล็ด: อะไรขยับตัวเลขของ Starfruit ตัวคูณคุณภาพมีผลเฉพาะตอนขายสด ตารางนี้คือ Starfruit ฤดูร้อนวันที่ 1 «ขายเป็น» ขายสด เปลี่ยนทีละช่องจากค่าเริ่มต้น โดยเปิด Tiller ไว้ทุกแถวเพื่อแยกผลของคุณภาพออกมา
ตั้งค่า ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย Starfruit ขายสด Farming 0 ไม่ใส่ปุ๋ย ×1.01 33.3 g/วัน Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย (ค่าเริ่มต้น) ×1.19 44.6 g/วัน Farming 10 และปุ๋ยดีลักซ์ ×1.67 75.5 g/วัน
ปุ๋ยดีลักซ์ดัน Starfruit ขายสดขึ้นไปที่ 75.5 g/วัน ซึ่งยังห่างจาก Wine 211.5 g/วัน และเครื่องคำนวณคิดราคา Wine โดยไม่ใช้ตัวคูณคุณภาพ ถ้า Starfruit ทั้งหมดจะเข้า Keg อยู่แล้ว ปุ๋ยดีลักซ์จึงไม่เพิ่มเงินในตาราง ค่าปุ๋ยเองก็ไม่ถูกหักจนกว่าคุณจะเปิด «หักค่าปุ๋ย»
ร้านเมล็ดขยับตัวเลขอีกทาง แตะ JojaMart ในแถบ «ขั้นสูง» แล้ว Blueberry ลดจาก 25.1 เป็น 24.4 g/วัน (เมล็ด 80 → 100 g) Melon จาก 20.6 เป็น 18.9 (สองเม็ด 160 → 200 g) และ Hops จาก 17.7 เป็น 17.2 ส่วน Sunflower ขาดทุนน้อยลงจากกำไรรวม −286 g เหลือ −61 g เพราะเมล็ดที่ JojaMart ถูกกว่า แถว Starfruit ไม่เปลี่ยน
Gold/วันมาจากไหน: กลไกเกมที่เครื่องคำนวณใช้ เครื่องคำนวณหา Gold/วันของพืชทุกแถวด้วยสูตรเดียวกัน
G = H × Y × V − S − K D G=\dfrac{H\times Y\times V-S-K}{D} G = D H × Y × V − S − K H คือจำนวนครั้งที่เก็บเกี่ยวในฤดู Y คือผลผลิตต่อครั้ง (Blueberry 3 ลูก Cranberries 2 ลูก Coffee Bean 4 เมล็ด Potato เฉลี่ย 1.25 หัว และพืชอื่นทุกชนิด 1) V คือมูลค่าต่อหน่วยที่ขาย S คือค่าเมล็ดทั้งฤดู K คือค่าปุ๋ยซึ่งนับเฉพาะเมื่อเปิด «หักค่าปุ๋ย» และ D คือจำนวนวันที่พืชใช้ช่องปลูก
จำนวนครั้งที่เก็บเกี่ยว ในเกมวันที่ลงเมล็ดไม่นับเป็นวันโต พืชที่โต N วันซึ่งลงวันที่ d จึงสุกวันที่ d + N และพืชที่งอกใหม่ทุก R วันจะออกผลอีกทุก R วันหลังจากนั้น กลางแจ้งเครื่องคำนวณนับเฉพาะรอบที่สุกภายในวันที่ 28 Strawberry โต 8 วันและงอกใหม่ทุก 4 วัน ลงวันที่ 1 ได้เก็บวันที่ 9, 13, 17, 21 และ 25 รวม 5 ครั้ง รอบถัดไปตกวันที่ 29 ซึ่งไม่มีในฤดู Hops โต 11 วันและงอกใหม่ทุกวัน ได้เก็บวันที่ 12 ถึง 28 รวม 17 ครั้ง
เมื่อขึ้นฤดูใหม่ ในเกม พืชที่ยังไม่สุกจะเหี่ยวตายตอนเปลี่ยนฤดูก็ต่อเมื่อฤดูถัดไปไม่ใช่ฤดูของมัน Ancient Fruit ที่ลงในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน Coffee Bean ที่ลงในฤดูใบไม้ผลิ และ Corn, Wheat, Sunflower ที่ลงในฤดูร้อน ยังโตต่อในฤดูถัดไปได้ (Stardew Valley Wiki หน้า Crops) เครื่องคำนวณนับเฉพาะฤดูที่คุณเลือก Ancient Fruit โต 28 วัน ลงวันที่ 1 สุกวันที่ 29 ตารางฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงจึงให้ 0 ครั้งและ «—» เมื่อไม่ใช้กลุ่ม Speed-Gro หรือ Agriculturist แม้ต้นที่ลงวันที่ 1 ฤดูใบไม้ผลิจะสุกในวันแรกของฤดูร้อนในเกม
วันที่ใช้ช่อง พืชที่เก็บครั้งเดียวคิด D เป็นจำนวนรอบคูณวันโต Starfruit 2 × 13 = 26 วัน วันที่เหลือหลังรอบสุดท้ายไม่ถูกนับ พืชที่งอกใหม่อยู่ในช่องจนจบฤดู D จึงเป็นทุกวันตั้งแต่วันลงเมล็ดถึงวันที่ 28 หรือ 29 − d Hops ที่ลงวันที่ 1 จึงหารด้วย 28 และ Blueberry ที่ลงวันที่ 15 หารด้วย 14 แม้ได้เก็บครั้งเดียว
มูลค่าต่อหน่วยตอนขายสด ใช้ราคาฐาน × ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย × 1.1 เมื่อเปิด Tiller ตัวคูณคุณภาพเป็นค่าคาดหมายที่ได้จากสูตรโอกาสได้ดาวทองในหน้า Farming ของ Stardew Valley Wiki
p g o l d = 0.2 ⋅ L 10 + 0.2 ⋅ F ⋅ L + 2 12 + 0.01 p_{gold}=0.2\cdot\dfrac{L}{10}+0.2\cdot F\cdot\dfrac{L+2}{12}+0.01 p g o l d = 0.2 ⋅ 10 L + 0.2 ⋅ F ⋅ 12 L + 2 + 0.01 L คือเลเวล Farming และ F คือระดับปุ๋ย (ปุ๋ยพื้นฐาน 1 ปุ๋ยคุณภาพ 2 ปุ๋ยดีลักซ์ 3 ส่วนไม่ใส่และกลุ่ม Speed-Gro เป็น 0) โอกาสได้ดาวเงินเป็นสองเท่าของดาวทองแต่ไม่เกิน 0.75 และคิดจากส่วนที่ไม่ได้ดาวทอง ที่ Farming 10 ไม่ใส่ปุ๋ย ดาวทองมีโอกาส 0.21 ดาวเงินราว 0.33 และคุณภาพปกติราว 0.46 ดาวเงินขายได้ 1.25 เท่า ดาวทอง 1.5 เท่า ค่าเฉลี่ยจึงเป็น 0.46 × 1 + 0.33 × 1.25 + 0.21 × 1.5 ≈ 1.19 ตรงกับ «ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย» ×1.19 ในรายละเอียดของแถว ที่ Farming 0 ตัวคูณเหลือ ×1.01 และปุ๋ยดีลักซ์ที่ Farming 10 ดันขึ้นเป็น ×1.67 เพราะเครื่องคำนวณเปิดโอกาสได้ดาว Iridium (2 เท่า) เมื่อใส่ปุ๋ยดีลักซ์
มูลค่าต่อหน่วยตอนแปรรูป Wine, Juice, Jam, Pickles และ Pale Ale คิดจากราคาฐานของพืชโดยไม่ดูคุณภาพ หน้า Preserves Jar ของ Stardew Valley Wiki เขียนไว้ว่าคุณภาพของวัตถุดิบไม่มีผลกับสินค้าที่ได้ Artisan คูณราคาสินค้ากลุ่มนี้ 1.4 และ Tiller ไม่มีผลกับมัน จุดที่ Keg เริ่มชนะ Preserves Jar หาได้จากการตั้งสองสูตรให้เท่ากัน โดย b คือราคาฐาน
3 b > 2 b + 50 ⟺ b > 50 3b>2b+50\iff b>50 3 b > 2 b + 50 ⟺ b > 50 2.25 b > 2 b + 50 ⟺ b > 200 2.25b>2b+50\iff b>200 2.25 b > 2 b + 50 ⟺ b > 200 ผลไม้ที่ราคาฐานเกิน 50 g ทำ Wine ได้มากกว่า Jam และผักที่ราคาฐานเกิน 200 g ทำ Juice ได้มากกว่า Pickles Artisan คูณ 1.4 ทั้งสองฝั่ง จุดตัดจึงไม่ขยับ Blueberry มีราคาฐาน 50 g พอดี Wine กับ Jam จึงได้ 210 g เท่ากันและให้ 87.1 g/วันทั้งคู่ ส่วน Hot Pepper ราคาฐาน 40 g ได้ Jam 182 g มากกว่า Wine 168 g
เรือนกระจก ไม่มีวันสิ้นฤดู เครื่องคำนวณจึงให้ช่วงโต 28 วันเต็มเพื่อให้ Gold/วันเทียบกับฤดูปกติได้ พืชที่ลงวันที่ 1 ในเรือนกระจกจึงมีวันโตมากกว่ากลางแจ้งหนึ่งวัน และ Hops ได้ 18 ครั้ง (267.9 g/วันในรูป Pale Ale) เทียบกับ 17 ครั้งกลางแจ้ง
สูตรราคาต่อหน่วยของแต่ละเส้นทางขาย อ่านตารางพลาดแล้วเลือกพืชผิด หักค่าเมล็ดครั้งเดียวให้พืชที่ต้องลงใหม่ — Starfruit, Melon และ Radish ไม่งอกใหม่ ต้องซื้อเมล็ดทุกรอบ Starfruit สองรอบในฤดูร้อนจึงเสียค่าเมล็ด 800 g และ Melon 160 g ถ้าหักแค่เม็ดเดียว Starfruit ขายสดจะดูเหมือนได้กำไร 1,560 g แทน 1,160 g และพืชเมล็ดแพงจะขึ้นอันดับสูงเกินจริงใส่ปุ๋ยคุณภาพแล้วหวังให้ Wine แพงขึ้น — Wine, Juice, Jam, Pickles และ Pale Ale คิดจากราคาฐาน ในรายละเอียดของแถวที่แปรรูป «ตัวคูณคุณภาพเฉลี่ย» จึงขึ้นว่า «ไม่มี» ปุ๋ยคุณภาพและปุ๋ยดีลักซ์เพิ่มเงินเฉพาะผลผลิตที่คุณขายสดเปิด Tiller แล้วคาดว่า Pale Ale จะแพงขึ้น — Tiller (+10%) มีผลกับพืชที่ขายสด ส่วน Artisan (+40%) มีผลกับสินค้า artisan การเปิดปิด Tiller จึงไม่ขยับแถวที่ขายเป็น Wine หรือ Pale Ale และการปิด Artisan ก็ไม่ขยับแถวที่ขายสดใช้ตัวเลขในตารางสรุปย่อกับวันอื่น — ตาราง «พืชที่ดีที่สุดแต่ละฤดู (สรุปย่อ)» ไม่ขยับตามฟอร์มและคิดจากการปลูกวันที่ 1 เสมอ Strawberry Wine 86.4 g/วันในตารางนั้นจึงจริงเมื่อมีเมล็ดตั้งแต่วันที่ 1 ถ้าคุณเริ่มกลางฤดู ให้แก้ช่อง «วันที่ของฤดูตอนนี้» แล้วอ่านตาราง «ผลลัพธ์» แทน แผนทำเงินจากตัวเลขในตาราง ดูป้ายที่ติดกับชื่อพืชก่อนซื้อเมล็ด — ป้าย Oasis (Starfruit, Rhubarb, Beet) คือเมล็ดจากร้าน Oasis ในทะเลทราย ป้าย Y2+ (Red Cabbage, Garlic, Artichoke) คือเมล็ดที่ Pierre เริ่มขายในปีที่สอง และป้าย หายาก (Sweet Gem Berry, Ancient Fruit) คือเมล็ดหายาก ฤดูร้อนปีแรก Red Cabbage ที่อยู่อันดับสองของพืชขายสด (26.6 g/วัน) จึงยังซื้อที่ Pierre ไม่ได้ ตัวถัดไปคือ Blueberry 25.1 g/วันตั้งค่าให้ตรงกับฟาร์มของคุณก่อนเชื่อการ์ด — ค่าเริ่มต้นเปิด Tiller และ Artisan ซึ่งในเกมได้ที่ Farming เลเวล 5 และ 10 ถ้ายังอยู่ปีแรก ใส่เลเวล Farming จริงของคุณ ปิด Artisan ในแถบ «ขั้นสูง» และปิด Tiller ถ้ายังไม่ถึงเลเวล 5 สินค้า artisan ทุกชิ้นจะไม่มีโบนัส +40% และราคาขายสดจะลดตามตัวคูณคุณภาพเรียงตาม «กำไรรวม» เมื่อวันว่างหลังรอบสุดท้ายใช้ต่อไม่ได้ — Gold/วันของพืชเก็บครั้งเดียวหารด้วยวันโตเท่านั้น ถ้าวันที่เหลือหลังเก็บรอบสุดท้ายสั้นเกินกว่าจะปลูกอะไรต่อ ให้แตะหัวคอลัมน์ «กำไรรวม» แทน ในฤดูใบไม้ร่วง Sweet Gem Berry (2,920 g) กับ Cranberries ที่ทำ Wine (2,910 g) มี Gold/วันห่างกัน 17.8 g แต่เงินทั้งฤดูแทบเท่ากันเริ่มแปรรูปด้วย Preserves Jar — หน้า Preserves Jar และหน้า Keg ของ Stardew Valley Wiki ระบุว่าสูตร Preserves Jar ปลดที่ Farming 4 ส่วน Keg ปลดที่ Farming 8 ผักราคาฐานไม่เกิน 200 g และผลไม้ราคาฐานไม่เกิน 50 g ได้เงินจาก Jar เท่ากับหรือมากกว่า Keg อยู่แล้ว ระหว่างรอ Keg ให้เลือก «Preserves Jar (jam / pickles)» ในช่อง «ขายเป็น» แล้วปิด Artisan เพื่อดูตัวเลขที่ตรงกับช่วงนั้นเตรียมช่องให้ว่างตรงวัน Egg Festival — Potato โต 6 วัน ลงวันที่ 1 เก็บได้วันที่ 7 ลงซ้ำแล้วเก็บอีกครั้งวันที่ 13 ช่องเดิมจึงว่างพอดีวันที่ Pierre ขายเมล็ด Strawberry ในงาน และลง Strawberry ต่อได้ทันทีได้เมล็ดมาฟรีให้ดูช่องรายได้ — เครื่องคำนวณนับเมล็ดที่ซื้อทุกเม็ด Coffee Bean จึงขาดทุนรวม 1,794 g ในฤดูใบไม้ผลิ เพราะคิดเมล็ดที่ราคา 2,500 g ของ Traveling Cart ทั้งที่ Coffee Bean หลุดจาก Dust Sprite ในเหมืองด้วย แตะแถวแล้วดู «รายได้ (ทั้งฤดู)» 706 g ซึ่งเป็นเงินที่ต้นเดียวทำได้เมื่อคุณไม่ได้จ่ายค่าเมล็ดเปิด «หักค่าปุ๋ย» เมื่อซื้อปุ๋ยจากร้าน — ค่าเริ่มต้นไม่หักค่าปุ๋ย ซึ่งตรงกับกรณีที่คุณคราฟต์ปุ๋ยเอง ถ้าซื้อจากร้าน ให้เปิดตัวเลือกนี้ในแถบ «ขั้นสูง» เครื่องคำนวณจะหักราคาปุ๋ยหนึ่งครั้งต่อช่อง คำถามที่พบบ่อยเรื่องพืชและกำไรใน Stardew Valley ฤดูร้อนใน Stardew Valley ปลูกอะไรคุ้มสุด ถ้ามี Keg และอาชีพ Artisan Hops ทำ Pale Ale ได้มากที่สุดที่ 252.9 g/วัน ตามด้วย Starfruit ทำ Wine 211.5 g/วัน ถ้าขายสด Starfruit นำที่ 44.6 g/วัน ตามด้วย Red Cabbage 26.6 (ป้าย Y2+) และ Blueberry 25.1 g/วัน ทุกตัวเลขคิดจากการลงวันที่ 1
ฤดูใบไม้ผลิปลูกอะไรดีถ้ายังไม่มีเมล็ด Strawberry ลง Potato หรือ Kale ตั้งแต่วันที่ 1 ขายสดได้ 13.4 และ 12.3 g/วัน ถ้ามี Preserves Jar และอาชีพ Artisan ทำ Pickles ได้ 52.9 และ 51.3 g/วัน Rhubarb ให้ 14.4 g/วันแต่เมล็ดมาจาก Oasis พอถึง Egg Festival วันที่ 13 ค่อยซื้อเมล็ด Strawberry ลงในช่องที่เพิ่งเก็บ Strawberry ที่เริ่มวันนั้นได้ 2 ครั้ง สุกวันที่ 21 และ 25
ฤดูใบไม้ร่วงพืชไหนทำเงินได้มากที่สุด Sweet Gem Berry ขายสดได้ 121.7 g/วัน แต่ต้องใช้ Rare Seed ราคา 1,000 g และเก็บได้ครั้งเดียว ถัดมาคือ Cranberries ทำ Wine 103.9 g/วัน และ Grape ทำ Wine 69.9 g/วัน ถ้าขายสดทั้งหมด Cranberries ได้ 26.4 และ Pumpkin 24.5 g/วัน
ฤดูหนาวปลูกอะไรได้บ้าง กลางแจ้งไม่มีพืชในตารางที่ปลูกได้ เลือกฤดูหนาวแล้วการ์ดผลลัพธ์จะหายไป แทนที่ด้วยข้อความแนะนำให้ใช้เรือนกระจก Winter Seeds ที่ได้จากการหาของ และ Powdermelon พืชฤดูหนาวที่เพิ่มมาในเวอร์ชัน 1.6 ซึ่งไม่มีเมล็ดขายในร้าน ไม่ได้คำนวณที่นี่ ถ้ามีเรือนกระจกแล้ว เลือก «เรือนกระจก» ในช่อง «ฤดู» เพื่อจัดอันดับพืชทุกฤดูรวมกัน
Ancient Seed ปลูกฤดูไหน และทำไม Ancient Fruit ขึ้น «—» ในตาราง Ancient Fruit ปลูกได้ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง แต่ต้องโต 28 วัน ลงวันที่ 1 จึงสุกวันที่ 29 ซึ่งเลยฤดูที่เลือกไปแล้ว เครื่องคำนวณนับทีละฤดู ตารางกลางแจ้งจึงขึ้น 0 ครั้งและ «—» เมื่อไม่ใช้กลุ่ม Speed-Gro หรือ Agriculturist ในเกม ต้นที่ลงในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนไม่เหี่ยวตอนเปลี่ยนฤดูและโตต่อ หลังสุกแล้วออกผลทุก 7 วัน ส่วนต้นที่ลงในฤดูใบไม้ร่วงต้องสุกให้ทันวันที่ 28 เพราะฤดูหนาวไม่ใช่ฤดูของมัน
Wine จากพืชอะไรขายได้แพงที่สุด ในตารางนี้ Wine จาก Starfruit แพงที่สุดที่ 3,150 g ต่อขวดเมื่อเปิด Artisan รองลงมาคือ Ancient Fruit 2,310 g และ Melon 1,050 g ราคาเหล่านี้เป็น Wine ที่ยังไม่ได้บ่ม ตามหน้า Cask ของ Stardew Valley Wiki Wine ที่บ่มใน Cask ในห้องใต้ดินจะได้ดาวเงินราววันที่ 14 ดาวทองวันที่ 28 และดาว Iridium วันที่ 56 ซึ่งขายได้สองเท่า เครื่องคำนวณไม่ได้คิดการบ่มส่วนนี้ ถ้าวัดเป็นเงินต่อวัน Pale Ale จาก Hops ยังมากกว่า Wine ทุกชนิดในฤดูร้อน
Keg กับ Preserves Jar อันไหนคุ้มกว่า ดูจากราคาฐานของพืช ผลไม้ที่ราคาฐานเกิน 50 g ทำ Wine ได้มากกว่า Jam และผักที่ราคาฐานเกิน 200 g ทำ Juice ได้มากกว่า Pickles ต่ำกว่านั้น Preserves Jar ให้มากกว่า เช่น Hot Pepper (40 g) ได้ Jam 182 g เทียบกับ Wine 168 g และ Radish (90 g) ได้ Pickles 322 g ซึ่งสูงกว่า Juice สูตร Preserves Jar ปลดที่ Farming 4 ส่วน Keg ปลดที่ Farming 8
ทำไม Hops ได้ Gold/วันสูงกว่า Starfruit ทั้งที่ขายสดถูกกว่ามาก Hops เก็บได้ 17 ครั้งในฤดูร้อนจากเมล็ดเม็ดเดียว และทุกครั้งกลายเป็น Pale Ale ขวดละ 420 g เมื่อเปิด Artisan รวม 7,140 g ส่วน Starfruit เก็บได้ 2 ครั้งเป็น Wine รวม 6,300 g และต้องซื้อเมล็ดสองเม็ด ถ้าขายสดทั้งคู่ Starfruit ชนะ 44.6 ต่อ 17.7 g/วัน
เรือนกระจกควรปลูกอะไรให้ได้เงินมากที่สุด เลือก «เรือนกระจก» และ «ดีที่สุดต่อพืช» อันดับต้นคือ Hops ทำ Pale Ale 267.9 g/วัน (18 ครั้ง) Starfruit ทำ Wine 211.5 และ Sweet Gem Berry ขายสด 121.7 g/วัน Ancient Fruit ได้ 1 ครั้งในช่วง 28 วันนี้ (Wine 82.5 g/วัน) และคิดค่าเมล็ดเป็น 0 g เพราะ Ancient Seed ไม่มีขายที่ Pierre ตัวเลขนี้ไม่รวมผลทุก 7 วันหลังต้นโตเต็มที่ ถ้าคุณวางแผนปลูกยาวหลายปี ให้นับส่วนนั้นเพิ่มเอง
Artisan กับ Agriculturist เลือกอันไหนดี ในเกม ที่ Farming 10 คุณเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เครื่องคำนวณเปิดได้ทั้งคู่เพื่อให้เทียบกัน ถ้าคุณขายผ่าน Keg หรือ Preserves Jar เป็นหลัก Artisan เพิ่มราคาสินค้าทุกชิ้น 40% เช่น Wine จาก Starfruit 3,150 g Agriculturist ลดเวลาโต 10% ซึ่งกับพืชที่งอกใหม่จะเพิ่ม Gold/วันก็ต่อเมื่อคอลัมน์ «จำนวนครั้งที่เก็บเกี่ยว» เพิ่มขึ้น ลองสลับทีละอันในแถบ «ขั้นสูง» แล้วดูว่าพืชที่คุณปลูกได้ g/วันเพิ่มเท่าไร
ทำไมชื่อพืชในเครื่องคำนวณเป็นภาษาอังกฤษ เพราะตัวเกมไม่มีภาษาไทย หน้าร้าน Steam ของ Stardew Valley ระบุภาษาไว้ 12 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น โปรตุเกส (บราซิล) รัสเซีย จีนตัวย่อ ฝรั่งเศส อิตาลี ฮังการี เกาหลี และตุรกี ชื่อ Cranberries หรือ Pale Ale ในตารางจึงสะกดเหมือนในกระเป๋าของเกมภาษาอังกฤษและใน Stardew Valley Wiki ถ้าคุณเล่นกับม็อดแปลไทย ชื่อบนจอของคุณอาจไม่ตรงกับตาราง
ทำไมเงินที่ได้จริงในเกมไม่เท่ากับกำไรรวมในตาราง กำไรรวมเป็นค่าของช่องปลูกเดียวภายใต้สมมติฐานชุดหนึ่ง ตัวคูณคุณภาพเป็นค่าคาดหมาย ฤดูหนึ่งคุณอาจได้ดาวทองมากหรือน้อยกว่านั้น เครื่องคำนวณยังสมมติว่าคุณมี Keg และ Preserves Jar พอสำหรับทุกผล ซื้อเมล็ดทุกเม็ด เก็บและลงซ้ำในวันที่สุก และไม่คิด giant crop หรือ Seed Maker ถ้าคุณได้เมล็ดมาฟรี มีเครื่องแปรรูปน้อยกว่าผลผลิต หรือเก็บช้ากว่าวันที่สุก ตัวเลขจริงจะเบี่ยงไปตามนั้น ใช้ตารางเทียบพืชกัน แล้วคูณกำไรรวมด้วยจำนวนช่องที่ปลูกเพื่อกะยอดทั้งแปลง
ใช้เครื่องคำนวณนี้บนมือถือระหว่างเล่นได้ไหม ต้องเสียเงินหรือเปล่า ได้ และใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครบัญชีหรือติดตั้งแอป เปิดในเบราว์เซอร์มือถือข้างเครื่อง Switch หรือคอมได้เลย แตะชื่อพืชในตาราง «ผลลัพธ์» เพื่อกางรายได้ ค่าเมล็ด และตัวคูณคุณภาพของแถวนั้น
ส่งตัวเลขให้เพื่อนที่เล่น co-op ดูได้ไหม ได้ ตั้งฤดู วันที่ และวิธีขายให้เรียบร้อย แล้วคัดลอกที่อยู่หน้าเว็บส่งไป ช่องที่คุณเปลี่ยนจากค่าเริ่มต้นจะติดไปกับลิงก์ เพื่อนจะเห็นการ์ดและอันดับชุดเดียวกัน ส่วนคอลัมน์ที่คุณกดเรียงและแถวที่กางไว้ไม่ติดไปด้วย
เนื้อหาตรวจสอบโดยทีม Smart Calculators