Smart Calculators

Smart

Calculators

คำนวณ BMI

คำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) ทันที รับการจัดอันดับจาก WHO ช่วงน้ำหนักสุขภาพดี และคำแนะนำเฉพาะบุคคล

เครื่องคำนวณ BMI. ดัชนีมวลกายจากน้ำหนักและส่วนสูง.
เครื่องคำนวณ BMI คำนวณดัชนีมวลกายโดยหารน้ำหนักด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง. จัดประเภทผลลัพธ์เป็นน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ปกติ น้ำหนักเกิน หรืออ้วนตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก.

ดัชนีมวลกาย (BMI) คืออะไร?

ดัชนีมวลกาย (BMI) คือค่าตัวเลขที่คำนวณจากน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองภาวะอ้วนและน้ำหนักเกินในผู้ใหญ่ สำหรับคนไทยและคนเอเชีย ค่า BMI ปกติอยู่ที่ 18.5-22.9 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์สากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดค่าปกติไว้ที่ 18.5-24.9
BMI ถูกคิดค้นโดย Adolphe Quetelet นักสถิติชาวเบลเยียม ในช่วงปี ค.ศ. 1830 และปัจจุบันยังเป็นดัชนีที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพจากน้ำหนักตัว ในประเทศไทย กรมอนามัยและสถาบันการแพทย์ชั้นนำ เช่น ศิริราชพยาบาลและจุฬาลงกรณ์ ล้วนใช้เกณฑ์ BMI แบบเอเชียแปซิฟิกในการคัดกรองภาวะอ้วน เพราะคนเอเชียมีสัดส่วนไขมันในร่างกายสูงกว่าคนตะวันตกที่ค่า BMI เดียวกัน
ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พ.ศ. 2566 พบว่าคนไทยมีปัญหาน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึง 48.35% โดยกรุงเทพมหานครมีอัตราสูงสุดที่ 56.4% ดังนั้นการตรวจสอบค่า BMI จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม BMI ไม่สามารถแยกมวลกล้ามเนื้อออกจากไขมันได้ จึงควรใช้ร่วมกับการวัดเส้นรอบเอวและการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) เพื่อความแม่นยำ

วิธีคำนวณ BMI (ดัชนีมวลกาย) ทีละขั้นตอน

การคำนวณ BMI ทำได้ง่ายมาก เพียงนำน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานสำหรับคนไทย
ขั้นตอนการคำนวณ BMI:
1. ชั่งน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม เช่น 65 กิโลกรัม
2. วัดส่วนสูงเป็นเซนติเมตรแล้วแปลงเป็นเมตร เช่น สูง 165 เซนติเมตร = 1.65 เมตร
3. นำส่วนสูง (เมตร) มายกกำลังสอง: 1.65 x 1.65 = 2.7225
4. นำน้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง: 65 / 2.7225 = 23.9
5. เปรียบเทียบกับเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก: BMI 23.9 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน (23.0-24.9)
เกณฑ์ BMI สำหรับคนไทย (เกณฑ์เอเชียแปซิฟิก) แบ่งเป็น: น้ำหนักน้อย (ต่ำกว่า 18.5), น้ำหนักปกติ (18.5-22.9), น้ำหนักเกิน (23.0-24.9), อ้วนระดับ 1 (25.0-29.9), อ้วนระดับ 2 (30.0 ขึ้นไป) สังเกตว่าเกณฑ์นี้เข้มงวดกว่าเกณฑ์ WHO สากลที่กำหนดน้ำหนักเกินที่ BMI 25 และอ้วนที่ BMI 30 เพราะคนเอเชียเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่ BMI ต่ำกว่าคนตะวันตก
เครื่องคำนวณ BMI ด้านบนจะคำนวณค่าให้อัตโนมัติและแสดงผลตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก พร้อมช่วงน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับส่วนสูงของคุณ

สูตรคำนวณ BMI (สูตรดัชนีมวลกาย)

BMI=WH2BMI = \frac{W}{H^2}
  • BMIBMI = ดัชนีมวลกาย มีหน่วยเป็น kg/m²
  • WW = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
  • HH = ส่วนสูง (เมตร)
ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณหนัก 58 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร (1.60 เมตร)
BMI=581.602=582.56=22.7BMI = \frac{58}{1.60^2} = \frac{58}{2.56} = 22.7
BMI 22.7 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักปกติ (18.5-22.9) ตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก แต่ใกล้ขอบเขตน้ำหนักเกินมากแล้ว
คุณสามารถคำนวณน้ำหนักที่เหมาะสมย้อนกลับจากสูตร BMI ได้ โดยใช้สูตร:
W=BMI×H2W = BMI \times H^2
เช่น หากสูง 165 เซนติเมตร ช่วงน้ำหนักปกติ (BMI 18.5-22.9) คือ 50.4-62.3 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักมาตรฐานที่แนะนำ คือ สูง (เมตร) ยกกำลังสอง คูณ 22 สำหรับผู้ชาย หรือคูณ 21 สำหรับผู้หญิง ดังนั้นผู้ชายสูง 165 เซนติเมตร มีน้ำหนักมาตรฐานประมาณ 59.9 กิโลกรัม และผู้หญิงสูง 165 เซนติเมตร มีน้ำหนักมาตรฐานประมาณ 57.2 กิโลกรัม

ตัวอย่างการคำนวณ BMI สำหรับคนไทย

ตัวอย่าง: ผู้หญิงไทยสูง 158 ซม. หนัก 55 กก.

ผู้หญิงอายุ 30 ปี สูง 158 เซนติเมตร (1.58 เมตร) หนัก 55 กิโลกรัม คำนวณ BMI ได้ดังนี้:
BMI = 55 / (1.58 x 1.58) = 55 / 2.4964 = 22.0
BMI 22.0 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักปกติ (18.5-22.9) ตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก ช่วงน้ำหนักปกติสำหรับส่วนสูง 158 เซนติเมตร คือ 46.2-57.2 กิโลกรัม เธอมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เหลืออีกเพียง 2.2 กิโลกรัมก็จะเข้าเกณฑ์น้ำหนักเกิน (BMI 23) จึงควรรักษาน้ำหนักให้คงที่ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มักรับประทานอาหารมากกว่าปกติ

ตัวอย่าง: ผู้ชายไทยสูง 172 ซม. หนัก 80 กก.

ผู้ชายอายุ 35 ปี สูง 172 เซนติเมตร (1.72 เมตร) หนัก 80 กิโลกรัม คำนวณ BMI ได้ดังนี้:
BMI = 80 / (1.72 x 1.72) = 80 / 2.9584 = 27.0
BMI 27.0 อยู่ในเกณฑ์อ้วนระดับ 1 (25.0-29.9) ตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก ช่วงน้ำหนักปกติสำหรับส่วนสูง 172 เซนติเมตร คือ 54.8-67.8 กิโลกรัม เขาจึงต้องลดน้ำหนักอย่างน้อย 12.2 กิโลกรัมเพื่อเข้าสู่เกณฑ์ปกติ หรือลดอย่างน้อย 6.1 กิโลกรัมเพื่อลงมาอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน (BMI 24.9) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลดน้ำหนักสัปดาห์ละ 0.5-1 กิโลกรัม โดยลดอาหารวันละ 500 แคลอรีและออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที

ตัวอย่าง: เปรียบเทียบเกณฑ์เอเชียกับเกณฑ์ WHO สากล

ผู้ชายสูง 170 เซนติเมตร (1.70 เมตร) หนัก 70 กิโลกรัม:
BMI = 70 / (1.70 x 1.70) = 70 / 2.89 = 24.2
ตามเกณฑ์ WHO สากล: BMI 24.2 อยู่ในเกณฑ์ปกติ (18.5-24.9) แต่ตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิกที่ใช้ในประเทศไทย: BMI 24.2 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน (23.0-24.9) แล้ว ความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะงานวิจัยพบว่าคนเอเชียที่ BMI 23.5 เริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นหากใช้เครื่องคำนวณ BMI จากต่างประเทศที่ใช้เกณฑ์ WHO สากล อาจทำให้ประเมินสถานะสุขภาพของตนเองต่ำเกินไปได้

เคล็ดลับการใช้ค่า BMI ดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

  • ใช้เกณฑ์เอเชียแปซิฟิกเสมอ อย่าใช้เกณฑ์ WHO สากลประเมินตัวเอง เพราะคนไทยเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจตั้งแต่ BMI 23 ขึ้นไป ไม่ใช่ 25 ตามเกณฑ์สากล เครื่องคำนวณ BMI จากเว็บต่างประเทศส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์ WHO สากลซึ่งไม่เหมาะกับคนไทย
  • วัด BMI ให้ถูกวิธี ชั่งน้ำหนักตอนเช้าหลังตื่นนอนก่อนรับประทานอาหาร สวมเสื้อผ้าเบาๆ และวัดส่วนสูงโดยไม่สวมรองเท้า ค่าที่ได้จะแม่นยำที่สุด ความคลาดเคลื่อนของส่วนสูงเพียง 2 เซนติเมตรอาจทำให้ BMI เปลี่ยนไปถึง 0.5-1 จุด
  • อย่ายึด BMI เป็นตัวชี้วัดเดียว BMI ไม่สามารถแยกกล้ามเนื้อออกจากไขมันได้ คนที่ออกกำลังกายหนักอาจมี BMI สูงแต่สุขภาพดี ในทางกลับกัน คนที่มี BMI ปกติอาจเป็น "ผอมแต่อ้วน" (Skinny Fat) คือมีไขมันในร่างกายสูงแต่กล้ามเนื้อน้อย ควรวัดเส้นรอบเอวเพิ่มเติม (ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 ซม. ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 ซม.)
  • ติดตามแนวโน้ม BMI ระยะยาว อย่าตกใจกับค่า BMI ที่ขึ้นลงในแต่ละวัน เพราะน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงได้ 1-2 กิโลกรัมจากน้ำและอาหาร ให้จดบันทึกค่า BMI ทุกสัปดาห์แล้วดูแนวโน้มรายเดือน หาก BMI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2-3 เดือน ควรปรับพฤติกรรม
  • ตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง หาก BMI อยู่ในเกณฑ์อ้วน ไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักจนถึงเกณฑ์ปกติทันที การลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัวก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น หากหนัก 80 กิโลกรัม การลดเพียง 4-8 กิโลกรัมก็เห็นผลชัดเจน
  • ปรึกษาแพทย์หาก BMI ผิดปกติ ค่า BMI ต่ำกว่า 18.5 อาจบ่งชี้ภาวะขาดสารอาหาร ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือกระดูกบาง ส่วน BMI 30 ขึ้นไปเพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BMI (ดัชนีมวลกาย)

BMI ปกติของคนไทยเท่าไหร่?

ค่า BMI ปกติของคนไทยอยู่ที่ 18.5-22.9 ตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ WHO สากลที่กำหนดไว้ที่ 18.5-24.9 ที่ต้องใช้เกณฑ์ที่ต่ำกว่าเพราะคนเอเชียมีไขมันในร่างกายสูงกว่าคนตะวันตกที่ค่า BMI เดียวกัน และเริ่มเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่ BMI 23 ขึ้นไป ค่า BMI เฉลี่ยของหญิงไทยคือ 24.4 และชายไทยคือ 23.1 ซึ่งทั้งสองเพศมีค่าเฉลี่ยเกินเกณฑ์ปกติ

BMI กี่เท่าถึงเรียกว่าอ้วนสำหรับคนไทย?

สำหรับคนไทยและคนเอเชีย BMI 25.0 ขึ้นไปถือว่าอ้วน (โรคอ้วนระดับ 1) และ BMI 30.0 ขึ้นไปถือว่าอ้วนมาก (โรคอ้วนระดับ 2) ส่วน BMI 23.0-24.9 จัดเป็นน้ำหนักเกินที่ต้องเฝ้าระวัง เกณฑ์นี้ต่ำกว่าเกณฑ์ WHO สากลที่กำหนดให้ BMI 25 เป็นน้ำหนักเกินและ BMI 30 เป็นอ้วน เนื่องจากงานวิจัยพบว่า BMI เพียง 23.5 ในคนไทยมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นแล้ว

ค่า BMI ผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันไหม?

สูตรคำนวณ BMI และเกณฑ์การจำแนก (ปกติ น้ำหนักเกิน อ้วน) เหมือนกันสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงมีสัดส่วนไขมันในร่างกายสูงกว่าผู้ชายตามธรรมชาติ โดยผู้หญิงที่สุขภาพดีจะมีไขมัน 20-30% ในขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ 10-20% สิ่งที่ต่างกันคือ น้ำหนักมาตรฐาน ซึ่งคำนวณจากสูง (เมตร) ยกกำลังสอง คูณ 22 สำหรับผู้ชาย และคูณ 21 สำหรับผู้หญิง

ทำไมคนไทยถึงใช้เกณฑ์ BMI ต่างจากฝรั่ง?

คนไทยและคนเอเชียใช้เกณฑ์ BMI ที่เข้มงวดกว่าเพราะงานวิจัยจาก WHO พบว่าคนเอเชียมีไขมันในร่างกายสูงกว่าคนตะวันตกที่ค่า BMI เท่ากัน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ที่เป็นต้นเหตุของโรคเบาหวานและหลอดเลือดหัวใจ งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพบว่าค่า BMI 23.5 เป็นจุดตัดที่สะท้อนความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีที่สุดในคนไทยชาย ดังนั้นการใช้เกณฑ์ WHO สากลจะทำให้มองข้ามคนไทยจำนวนมากที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจริงๆ

คำนวณ BMI เด็กใช้สูตรเดียวกับผู้ใหญ่ไหม?

สูตรคำนวณ BMI สำหรับเด็กใช้สูตรเดียวกันคือ น้ำหนัก (กก.) หารด้วยส่วนสูง (ม.) ยกกำลังสอง แต่วิธีแปลผลต่างกันโดยสิ้นเชิง เด็กและวัยรุ่น (อายุ 2-18 ปี) ต้องนำค่า BMI ไปเปรียบเทียบกับกราฟเปอร์เซ็นไทล์ตามอายุและเพศของกรมอนามัยหรือ WHO โดยเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85-94 ถือว่าน้ำหนักเกิน และเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ขึ้นไปถือว่าอ้วน ไม่สามารถใช้เกณฑ์ตัวเลขคงที่แบบผู้ใหญ่ได้ เพราะร่างกายเด็กเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามช่วงวัย

BMI ปกติแต่หน้าท้องใหญ่ เรียกว่าอ้วนไหม?

ใช่ อาจเป็นภาวะ "ผอมแต่อ้วน" (Skinny Fat หรือ Normal Weight Obesity) คือมี BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติ (18.5-22.9) แต่มีไขมันสะสมในช่องท้องมาก ภาวะนี้อันตรายไม่แพ้คนอ้วน เพราะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ วิธีตรวจสอบคือวัดเส้นรอบเอว ถ้าผู้ชายเกิน 90 เซนติเมตร หรือผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร ถือว่าเป็นอ้วนลงพุงแม้ BMI จะปกติก็ตาม

สูง 165 ซม. น้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะปกติ?

สำหรับคนสูง 165 เซนติเมตร ช่วงน้ำหนักปกติตามเกณฑ์เอเชียแปซิฟิก (BMI 18.5-22.9) คือ 50.4-62.3 กิโลกรัม น้ำหนักเกิน 62.7 กิโลกรัม (BMI 23) ถือว่าเริ่มน้ำหนักเกิน และเกิน 68.1 กิโลกรัม (BMI 25) ถือว่าอ้วน น้ำหนักมาตรฐานที่แนะนำคือ 59.9 กิโลกรัมสำหรับผู้ชาย และ 57.2 กิโลกรัมสำหรับผู้หญิง

ออกกำลังกายมากทำให้ BMI สูงผิดปกติได้ไหม?

ได้ เพราะกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันในปริมาตรเท่ากัน คนที่เล่นกีฬาหรือเวทเทรนนิงหนักอาจมี BMI เกิน 25 (เข้าเกณฑ์อ้วน) ทั้งที่ไขมันในร่างกายต่ำมาก ตัวอย่างเช่น ผู้ชายสูง 175 เซนติเมตร หนัก 85 กิโลกรัมที่เล่นกล้ามจะมี BMI 27.8 (อ้วนระดับ 1) แต่อาจมีไขมันเพียง 12% ซึ่งถือว่าสุขภาพดีมาก กรณีนี้ควรใช้ค่าเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (InBody) แทน BMI


คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับ BMI

ดัชนีมวลกาย (BMI)

ค่าตัวเลขจากน้ำหนักตัว (กก.) หารด้วยส่วนสูง (ม.) ยกกำลังสอง ใช้ประเมินภาวะอ้วนเบื้องต้น มีหน่วยเป็น kg/m²

เกณฑ์เอเชียแปซิฟิก

เกณฑ์ BMI ที่ปรับให้เหมาะกับคนเอเชียโดยเฉพาะ กำหนดน้ำหนักเกินที่ BMI 23 และอ้วนที่ BMI 25 ต่ำกว่าเกณฑ์ WHO สากล (25 และ 30 ตามลำดับ) เนื่องจากคนเอเชียมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ BMI ต่ำกว่า

เส้นรอบเอว (Waist Circumference)

ค่าวัดรอบเอวระดับสะดือ ใช้ประเมินไขมันในช่องท้อง เกณฑ์สำหรับคนไทย: ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 ซม. ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 ซม.

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

ไขมันที่สะสมรอบอวัยวะภายในช่องท้อง เป็นไขมันที่อันตรายที่สุดเพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวาน โรคหัวใจ และกลุ่มอาการเมตาบอลิก

ผอมแต่อ้วน (Skinny Fat)

ภาวะที่ BMI อยู่ในเกณฑ์ปกติแต่มีไขมันในร่างกายสูงเกินไป (ผู้ชาย >25% ผู้หญิง >30%) มักพบในคนที่ไม่ออกกำลังกายแม้น้ำหนักจะไม่มาก

น้ำหนักมาตรฐาน

น้ำหนักที่เหมาะสมตามส่วนสูง คำนวณจากสูง (เมตร) ยกกำลังสอง คูณ 22 สำหรับผู้ชาย หรือคูณ 21 สำหรับผู้หญิง ตามเกณฑ์ที่แนะนำสำหรับคนเอเชีย

เปอร์เซ็นไทล์ BMI

วิธีแปลผล BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่น (อายุ 2-18 ปี) โดยเปรียบเทียบค่า BMI กับเด็กเพศเดียวกันและอายุเท่ากัน เปอร์เซ็นไทล์ที่ 85-94 ถือว่าน้ำหนักเกิน 95 ขึ้นไปถือว่าอ้วน